แน่นอนว่ามาแสดงความรู้สึกต่อท่านอย่างไรเล่า!”
พูดจบเขาก็กระโจนเข้ามาหา
“หยุดอยู่ตรงนั้นนะ!” ฮูหยินสามร้องลั่น
นายท่านหกหยุดชะงัก เขาเลิกคิ้วอย่างสับสนเล็กน้อย “เหตุใดพี่สะใภ้สามต้องโกรธขนาดนี้ด้วยเล่า น้องเล็กไม่ได้มาที่นี่เป็นครั้งแรกเสียหน่อย”
ฮูหยินสามกล่าวอย่างเย็นชา “พี่สองไม่ได้บอกเจ้าหรือว่าไม่ให้เจ้ามาที่นี่อีก”
“เฮอะ!” นายท่านหกบ่น “พี่สองไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย ไม่อนุญาตให้ข้ามา คิดจะครองไว้เพียงผู้เดียวงั้นหรือ พูดก็พูดเถอะ ข้ามาก่อนเขาเสียอีก! พี่สะใภ้สามก็เหมือนกัน ในสายตาท่านมีแต่พี่สองหรือ ส่งข้อความหาท่านสองสามคำ ท่านก็ไม่มาพบ หากไม่ใช่เพราะครั้งนี้ใช้ชื่อพี่สองข้าก็คงไม่ได้พบท่าน ท่านไม่คิดถึงความผูกพันของเราสองบ้างเลยหรือ”
“ความผูกพันงั้นหรือ” แววตาของฮูหยินสามมีแต่ความอ้างว้างและความเกลียดชัง “หมิงหรง ท่านกับข้ามีความผูกพันอะไรกันหรือ พี่สามของท่านตายไปแล้ว ข้าแค่ต้องการเลี้ยงดูเสี่ยวชีจนเติบใหญ่อย่างสงบสุขไปจนตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ หากไม่ใช่เพราะท่าน ข้าคงไม่ต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้ ตอนนี้แม้ข้าจะตาย ข้าก็ไม่มีหน้าไปพบพ่อของเสี่ยวชี! ท่านทำร้ายข้าจนถึงตอนนี้ ยังจะมาพูดเรื่องความผูกพันของเราอีกหรือ น่าขันเสียจริง!”
นายท่านหกยิ้มเยาะ “อย่างที่พี่สะใภ้สามพูดมา พี่สามก็ตายไปแล้ว ท่านต้องปกป้องเขาไปชั่วชีวิตหรือ ท่านเป็นหญิงที่งดงามนัก แต่กลายเป็นหญิงร้างห้องไม่ดูน่าสงส