ยดีแล้ว ผู้ใดจะรู้ว่าพวกเขาจะมีความคิดที่น่ารังเกียจเช่นนี้”
“แม่นมจะบอกว่า” ฮูหยินสามกดเสียงต่ำ “เพื่อเสี่ยวชีแล้ว ข้าไม่ควรอยู่ที่ตระกูลหมิงต่อไปสินะ”
………
ค่ำคืนที่เงียบสงบ นายท่านสองเดินออกมาจากสวนอวี๋ฟางเข้าไปในทางเดินที่มีกำแพงขนาบอยู่สองข้าง
โคมไฟกะพริบพลิ้วไหวจากปลายอีกด้านหนึ่ง ทางเดินที่ยาวและแคบ หนีอย่างไรก็ไม่พ้น
นายท่านสองยืนหยุดอยู่ข้างทาง ทำสีหน้าจริงจัง เสียงประหลาดใจดังผ่านข้างหูของเขา “ท่านลุงสอง”
นายท่านสองมองหมิงเวยและสาวใช้เดินเข้ามาใกล้ ในมือของตัวฝูถือกล่องอาหาร พวกนางไปที่ไหนมาคงไม่จำเป็นต้องเดา
“เอาอาหารไปให้ลิ่วเกอกับอาเซียงใช่ไหม” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ
หญิงสาวที่อยู่ภายใต้แสงไฟยามค่ำคืนยิ้ม มองหน้าเขาอย่างเขินอายแล้วตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “น้องหกกับน้องแปดถูกลงโทษไปแล้ว แต่หลานยังไม่ถูกทำโทษ หลานรู้สึกผิดมาก ท่านลุงอย่าโกรธไปเลย ขอแค่ครั้งนี้ ครั้งหน้าหลานจะไม่ทำอีกแล้ว…”
เด็กที่คิดว่าตนเองทำสิ่งที่ไม่ดีและกังวลที่จะถูกผู้ใหญ่ดุด่า นายท่านสองอดไม่ได้ที่จะนึกถึงใบหน้าที่สงบของนางยามเผชิญหน้ากับงูเมื่อตอนกลางวัน
หรืออาจเป็นเพราะว่าเพิ่งหายจากอาการป่วย ปฏิกิริยาตอบสนองถึงได้ช้าเลยลืมที่จะกลัวงั้นหรือ
คงจะเป็นอย่างนั้น โง่มาสิบปี เลี่ยงไม่ได้ที่จะแตกต่างจากคนทั่วไปเล็กน้อย ส่วนเรื่องที่ว่ารับใช้เสวียนหนี่เหนียงเหนียง…จิตวิญญาณของนางอยู่กับเสวียนหนี่เหนียงเหนี