อึก น่าพอใจมาก…
หมิงเวยเปิดกล่องชั้นที่สาม นำเนื้อแห้ง พุทราเชื่อม เค้กข้าวแบ่งให้พวกเขาทาน “ยัดมันลงในแขนเสื้อ ถ้าหิวก็หยิบออกมากินสักเล็กน้อย ระวังอย่าให้ผู้ใดเห็นเข้าล่ะ”
“อืมๆ” เรื่องนี้หมิงเซียงมีประสบการณ์โชกโชนมาก แต่หมิงฮ่าวรู้สึกเขินอายในเรื่องนี้ “ขอบคุณขอรับพี่เจ็ด”
“ข้าเองก็มีส่วนในเรื่องนี้ ข้าไม่สามารถปล่อยให้พวกเจ้ารับผิดชอบกันสองคนได้หรอก” หมิงเวยแกะเมล็ดสนใส่เข้าปาก “เมื่อก่อนพวกเจ้าถูกลงโทษกันบ่อยครั้งเลยหรือ”
“เพราะพี่แปดเลย!” หมิงฮ่าวฟ้องก่อน “ทุกครั้งที่นางบอกว่าจะรับผิดชอบ แต่สุดท้ายแม้แต่ข้าก็ถูกลงโทษไปด้วย!”
“แต่เจ้าก็ยังฟังนางโกหกทุกครั้งเลยมิใช่หรือ”
หมิงฮ่าว “…”
“พี่เจ็ด อย่าไปฟังเขาพูดนะเจ้าคะ” หมิงเซียงพูดไปกัดเนื้อแห้งไป “ที่จริงเขาก็อยากออกไปเล่นเหมือนกันนั่นแหละ ข้าก็แค่เอ่ยเหตุผลกับเขาไปเฉยๆ เท่านั้นเอง”
“งั้นข้าต้องขอบคุณเจ้าด้วยหรือไม่!” หมิงฮ่าวพูดเหน็บแนม
“เจ้ารู้แล้วก็ดี!” หมิงเซียงพูดอย่างไม่รู้สึกกระดากอาย หมิงเวยยิ้ม พวกเขาสองพี่น้องทำให้นางอดนึกถึงชาติที่แล้วของนางไม่ได้
ตอนนางอายุสิบขวบ สถานการณ์ในตอนนั้นอยู่ในความสับสนวุ่นวาย ท่านอาจารย์ได้รับเด็กคนหนึ่งมาหลังสิ้นสงคราม เห็นเขาดูโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งแต่ดูมีความสามารถจึงรับเขาเป็นศิษย์
เขาคือศิษย์น้องเล็ก แม้ว่านางจะเกิดมาในช่วงเวลาที่มีแต่ความสับสนวุ่นสาย แต่นางก็มีท่านอาจารย์คอยดูแล นอกจาก