ีแต่จะทำให้ชื่อเสียงของพี่เจ็ดเสียหาย”
“ใช่! พี่เจ็ดคงไม่รู้ วิธีสกปรกแบบนั้นยากที่จะป้องกัน” หมิงเซียงหงุดหงิด “เรื่องพี่ใหญ่ก็เป็นตัวอย่างให้เห็นแล้ว!”
“พี่ใหญ่งั้นหรือ…” หมิงเวยจำได้ พี่ใหญ่เป็นบุตรสาวคนโตของนายท่านสอง ซึ่งออกเรือนไปหลายปีแล้ว
หมิงเซียงเหลือบมองหมิงฮ่าว “ไม่รู้ว่าน้องหกจำได้หรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องเมื่อหกเจ็ดปีก่อน พวกเราในตอนนั้นยังเล็กอยู่เลยไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดอันใดขึ้น แต่ท่านแม่ของข้ามาบอกข้าในภายหลังเป็นการเตือน”
หมิงฮ่าวมองนางด้วยความงุนงง “หกเจ็ดปีก่อน เกิดอะไรขึ้น ข้าจำได้ว่า…พี่ใหญ่นางล้มป่วยก่อนออกเรือน พอหายดีแล้วจึงออกเรือนไป”
“จริงๆ แล้วพี่ใหญ่ไม่ได้ป่วย” หมิงเซียงก้มหน้าลงเล่นนิ้วตนเอง “นาง…ถูกคนดูหมิ่นน่ะ”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ!” หมิงฮ่าวตกใจ
นางเป็นพี่สาวแท้ๆ ของเขา ถึงแม้จะไม่ได้เจอกันมาหลายปีหลังจากออกเรือน แต่เมื่อเขายังเด็กนางอยู่กับเขาทุกวันทุกเวลา
“ทำไมพี่ใหญ่ถึงได้ถูกคนดูหมิ่นได้” หมิงเวยรู้สึกแปลกๆ “ในเรือนเป็นไปไม่ได้เลย หากออกไปข้างนอกต้องพาคนไปด้วยมิใช่หรือ”
“รายละเอียดท่านแม่ไม่ได้พูดถึง บอกแค่ว่าตอนที่พี่ใหญ่ไปเล่นที่บ้านผู้อื่น นางเหมือนปลาติดเบ็ดจึงถูกผู้อื่นเอาเปรียบ เพื่อปกปิดเรื่องนี้พี่ใหญ่กลับมาจึงบอกว่าไม่สบาย หลังจากนั้นก็ได้ติดต่อกับตระกูลหนึ่ง และถูกส่งไปออกเรือนที่แดนไกล”
ใบหน้าของหมิงฮ่าวเดี๋ยวขาวเดี๋ยวแดง เขาพึมพำ “มิน่า