ล่ะ…”
มิน่าล่ะทำไมท่านพี่ถึงได้ออกไปแต่งงานในที่ที่ไกลขนาดนั้น มิน่าล่ะนางถึงไม่เคยกลับบ้านมาเยี่ยมญาติเลย มิน่าล่ะท่านแม่ถึงไม่เคยพูดถึงท่านพี่เลย มีครั้งหนึ่งเขาเคยได้ยินท่านพ่อท่านแม่ทะเลาะกันเรื่องท่านพี่อีกด้วย!
พอพูดถึงเรื่องนี้จำได้ว่าตอนที่เขายังเล็ก ท่านพ่อท่านแม่ของเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่เลวร้ายขนาดนั้น เป็นไปได้ว่าอาจเป็นเพราะเรื่องของท่านพี่…
หมิงเวยพบว่าสีหน้าของเขาเปลี่ยนไป “น้องหก…”
หมิงฮ่าวเช็ดหน้าอย่างแรง เขากดเสียงต่ำด้วยความโกรธแค้น “ผู้ใดเป็นคนทำ”
“ท่านแม่ไม่ได้บอก…” หมิงเซียงปลอบ “น้องหก อย่าใจร้อนไป เรื่องนี้ผ่านมาหลายปีแล้ว ครอบครัวเราคงแก้แค้นไปเรียบร้อยแล้วล่ะ”
หมิงฮ่าวใช้เวลานานในการระงับอารมณ์ “อืม…”
“พี่เจ็ด พี่ต้องระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ หากผู้อื่นมุ่งประสงค์ร้าย พวกเขาคงหาโอกาสลงมือได้เสมอ” หมิงเซียงผู้ที่ซุกซนตลอดเวลากล่าวเตือนด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
หมิงเวยรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ นางตอบรับเบาๆ “ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะจำไว้”
เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเวลาปลดกลอนแล้ว หมิงเวยจึงลุกขึ้น “เวลายังไม่เช้า ข้าต้องกลับแล้ว”
“ฟ้ายังมืดอยู่ พี่เจ็ดกลับดีๆ นะเจ้าคะ”
“วางใจเถอะ” หมิงเวยหยิบกล่องอาหารที่ว่างเปล่าแล้วออกไปหาตัวฝู
………
ภายในห้องหลิวจิ่งเงียบสงัด
ฮูหยินสามคัดลอกคัมภีร์อย่างเงียบๆ เนื่องจากหมิงเวยหายดีแล้ว นางจึงเปลี่ยนเวลาคัดลอกพระคัมภีร์เป็นช่วงบ่าย และไม่ค่อยมาที่นี่ใ