ับหมิงเวย “ครั้งหน้าอย่าทำแบบนี้อีกนะเจ้าคะ ตอนมื้อกลางวันหาตัวคุณหนูไม่พบ ฮูหยินร้อนใจจนแทบบ้าเลยเจ้าค่ะ หากอยากออกไปข้างนอก ให้มาบอกฮูหยินเถอะเจ้าค่ะ”
“ข้าเข้าใจแล้ว” หมิงเวยตอบรับอย่างว่าง่าย
ฮูหยินสามเช็ดน้ำตาแล้วส่งยิ้มให้หมิงเฉิงที่เดินมาส่งหมิงเวย “ในเมื่อเฉิงเอ๋อร์ก็มาแล้ว เข้ามานั่งข้างในก่อนเถิด”
หมิงเฉิงก้มหัวทำความเคารพ “ไม่เป็นไรขอรับ ท่านแม่คงกำลังรอหลานอยู่!”
ฮูหยินสามก็ไม่ได้บังคับอะไร นางเอ่ยขอบคุณแล้วพาหมิงเวยกลับไป นางถามตลอดทางด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่าพบเห็นอะไรมาบ้างตอนที่ออกไปข้างนอก
หมิงเวยบอกแค่ว่า นางกับหมิงเซียงแล้วก็หมิงฮ่าวได้พบใต้เท้าเจี่ยง คนอื่นนางไม่พูดถึง หลังอาหารเย็นฮูหยินสามสั่งกำชับซู่เจี๋ย “บอกในครัวว่าให้ทำซาลาเปาหมูสับมาหนึ่งเข่ง แล้วก็เนื้อแห้งด้วย…” รายการอาหารมากมายหลากหลาย
หมิงเวยถาม “ท่านแม่ เราเพิ่งทานข้าวเสร็จ สั่งของพวกนี้ไปทำอะไรหรือเจ้าคะ”
ฮูหยินสามยิ้มและลูบหัวของนาง “แม่สั่งให้ลูก”
“แต่ลูกอิ่มแล้วนะเจ้าคะ!”
“อาเซียงกับฮ่าวเกอไม่ได้ถูกลงโทษอยู่หรือ” ฮูหยินสามบอก “ลูกพาตัวฝูแอบนำอาหารไปให้พวกเขาเถอะ หากไม่ใช่เพราะพาลูกออกไป พวกเขาคงไม่ถูกลงโทษหนักขนาดนี้ แม้จะเป็นพี่น้องคนละบ้านกัน แต่ยังต้องไปมาหาสู่กันอยู่ แบบนี้จะช่วยให้รักษาความสัมพันธ์ให้ดีไปตลอดได้”
“ลูกเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
จิตใจของคนเป็นแม่ ทำไมหมิงเวยจะไม่เข้าใจเล่า ก่อนหน้านี้คุ