ลบไปก่อน” เด็กทั้งสองที่โน้มตัวเตรียมที่จะช่วยดึงนางมองหน้ากัน จากนั้นก็ย้ายตัวเองไปอยู่ด้านข้างด้วยความลังเล
แล้วพวกเขาก็เห็นนางเหยียบอิฐ ในระหว่างที่กระโดดขึ้นนางใช้ฝ่ามือยันกำแพงแล้วพาตัวขึ้นไปนั่งบนนั้นเรียบร้อย
หมิงฮ่าวกับหมิงเซียงได้แต่มองนางตาปริบๆ
“ไปกันเถอะ” หมิงเวยหันหลังให้กำแพงแล้วกระโดดลงจากอีกด้าน ตั้งแต่ต้นจนจบกระโปรงนางไม่ปลิวเลยด้วยซ้ำ
หมิงฮ่าวโน้มตัวไปถามพี่สาวด้วยเสียงเบา “ทำไมพี่เจ็ดถึงได้ปีนคล่องกว่าพวกเราล่ะ”
หมิงเซียงจะไปรู้ได้อย่างไร นางสับสนยิ่งกว่าหมิงฮ่าวเสียอีก!
นางอยากรู้เคล็ดลับการปีนข้ามกำแพงของหมิงเวย หรือนางจะฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเล็ก แต่พี่เจ็ดคนนี้ไม่ใช่ว่านางถูกขังอยู่แต่ในจวนจนไม่เห็นแม้แต่แสงตะวันหรอกหรือ ไม่นึกเลยว่านางจะปีนกำแพงได้
“ทำไมหรือ” หมิงเวยหันกลับไปถามพวกเขา
“ไม่มีอะไร…” ทั้งสองคนลงจากกำแพงอย่างเงียบๆ
“ที่ที่พวกเจ้าพูดถึงไกลจากเรือนมากหรือไม่ มีรถม้าหรือไม่ หรือว่าต้องเดินเท้า”
หมิงฮ่าวเกาหัว “ไม่ไกล พ้นซอยนี้ไปจะมีกิจการเช่ารถลา ทุกครั้งที่พวกเราออกไปข้างนอกก็จะเช่ารถลาของที่นี่ไป”
“….” อันที่จริงสำหรับพวกเขาสองคนดูเหมือนจะคุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้ไปแล้ว
“งั้นรีบไปกันเถอะ รีบไปรีบกลับก่อนที่จะถูกพบเข้าเสียก่อน”
……..
รถลาโอนเอนไปมาพาทายาทตระกูลหมิงทั้งสามคนออกจากตัวเมือง
ห่างจากตัวเมืองประมาณสามลี้มีศาลาที่พักริมทาง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ชาวตง