หนิงจะมาส่งและอำลาญาติของพวกเขา
ในเวลานี้ มีชนชั้นสูงหลายคนมารวมตัวกันที่ศาลาพัก ทุกคนต่างแต่งตัวสีสันสดใส
หมิงเซียงเห็นท่านลุงสอง และท่านพ่อของนางยืนอยู่ในฝูงชนกับพี่ชายของนางจากระยะไกลจึงสะกิดหมิงฮ่าว “พวกเราอย่าเข้าไปเลย ยืนพักข้างทางดีกว่า”
หมิงฮ่าวเองก็กลัวที่จะถูกท่านพ่อของตนเองเห็นแล้วหนีไม่ทันจนถูกตี เขาจึงขอให้รถลาแวะจอดที่โรงน้ำชา
“พี่เจ็ด พวกเราเข้าไปดื่มชากันเถอะ” หมิงเซียงบอก
หมิงเวยเดินตามนางเข้าไปในโรงน้ำชา แล้วก็เห็นนางขอห้องส่วนตัวอย่างคุ้นเคยที่ทาง
โรงน้ำชาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เหล่าผู้คนที่เดินทางมาส่งหรือต้อนรับญาติสนิทมิตรสหายได้มาแวะพักผ่อน สถานที่นี้มีขนาดใหญ่แต่ไม่หรูหรามากนัก ที่นั่งถูกคั่นด้วยม่านไม้ไผ่ซึ่งดูเรียบง่ายมาก
นั่งไปได้ไม่นานที่นั่งข้างๆ ก็มีคนมานั่ง เป็นบัณฑิตสองสามคนที่มาเดินเล่นที่ชานเมือง
“วันนี้ทำไมผู้คนถึงได้เยอะขนาดนี้ ที่นั่งเต็มเร็วนัก” บัณฑิตร่างท้วมบ่นพลางเช็ดเหงื่อออกจากศีรษะ
เพื่อนคนหนึ่งของเขาเยาะเย้ย “พี่จ้าว พี่ช่างไม่รู้อะไรเสียเลย แค่เห็นทางด้านนั้นก็รู้แล้วว่าไม่ใช่เรื่องปกติ”
บัณฑิตจ้าวยืดคอมองตามไปที่ที่เขาชี้ แล้วทำเสียงประหลาดใจ “นั่นมันท่านเจ้าเมืองนี่ แล้วยังมีพวกชนชั้นสูงอีก พวกเขามารวมตัวกันที่นี่เพื่อต้อนรับใครกันนะ”
“ฮ่าๆ!” บัณฑิตอีกคนหัวเราะ “พี่จ้าวเพิ่งรู้หรือ พวกเรามาที่นี่โดยมีจุดประสงค์เพื่อสิ่งนี้! เมื่อค