นักเล่านิทานมักจะไม่เป็นเรื่องจริง แต่ตัวเขานั้นเป็นอัจฉริยะที่แท้จริง
ตอนอายุสิบแปดในการสอบจอหงวนเขาสอบได้อันดับที่สามจนได้รับตำแหน่งทั่นฮวา และถูกส่งไปรับราชการในพื้นที่นอกเมืองหลวงตอนอายุยี่สิบเอ็ด เนื่องจากเขามีชื่อเสียงจากการไขคดีจึงถูกเรียกตัวกลับไปที่ศาลต้าหลี่ หลังจากนั้นเขาก็ได้รับตำแหน่งสูงขึ้น
ศักราชหย่งเจียปีที่สิบแปด เขาได้รับหน้าที่ผู้ตรวจการ ทำหน้าที่ตระเวนตรวจตามเมืองต่างๆ หลังจากนั้นก็เกิดความวุ่นวายในราชสำนัก แต่เขาไม่ได้รับผลกระทบอะไร และทำหน้าที่ของตนเองจนอายุหกสิบปีถึงเกษียณตัวเองออกมา
ตลอดชีวิตของเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานด้านการเมืองมากนัก ปกติเขาจะทำหน้าที่ในส่วนศาลต้าหลี่ กรมอาญา และสำนักตรวจการหมุนเวียนไป ไขดคีเต็มเวลาทำงานได้ ‘สะอาด’ มาก
ปีนี้เป็นศักราชหย่งเจียปีที่สิบแปดพอดี เจี่ยงเหวินเฟิงจะได้รับตำแหน่งผู้ตรวจการ ที่แท้คนที่ท่านเจ้าเมืองถึงกับต้องนำผู้คนมาทำการต้อนรับ คือเจี่ยงชิงเทียนผู้นั้นหรอกหรือ
จริงอยู่ที่ว่าคุณชายหยางคนนั้นมียศถาบรรดาศักดิ์ที่สูง อีกทั้งยังเป็นพระญาติกับฮ่องเต้ แต่เขาไม่ได้อยู่ในเส้นทางเดียวกับขุนนางฝ่ายบุ๋น แล้วท่านเจ้าเมืองจะนำผู้คนออกมาต้อนรับได้อย่างไรกัน ขุนนางฝ่ายบุ๋นจะมีลักษณะนิสัยหนักแน่น หากทำอย่างนั้นไปจริงๆ ก็อาจถูกหัวเราะเยาะเอาได้
หมิงเวยเคาะหัวแล้วส่ายหัว
นางเป็นคนทั่วทิศทั่วแดน เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่นางคาดไม