นบอกว่าจำได้ แล้วทำไมถึงได้ละเมิดกฎอย่างเปิดเผยเช่นนี้เล่า ไม่เพียงแต่เชิญแม่หมอเท่านั้น แต่ยังตั้งแท่นบูชาอีกด้วย! การกระทำเช่นนี้ มันต่างกับสาวชาวบ้านไร้การศึกษาตรงไหนกัน!”
“ข้ารู้ว่ามันผิด แต่เสี่ยวชีนางหวาดกลัวจนเป็นแบบนั้น ข้า…”
“เสี่ยวชีควรไปหาหมอถ้านางกลัว” นายท่านสี่ตัดบทอีกครั้งและมองไปยังหมิงเวยที่อยู่ข้างหลังนาง “นางก็ดีขึ้นแล้วไม่ใช่หรือ”
ฮูหยินสามขมวดคิ้ว “ครั้งนี้เสี่ยวชีดีขึ้น แต่ต้นตอของอาการป่วยยังไม่หายไป ข้าไม่อยากให้นางตกใจกลัวอีก”
รอยยิ้มเยาะปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาของนายท่านสี่ “ก่อนหน้านี้ข้าก็ได้ยินมา คิดว่าพวกเด็กรับใช้พูดจาซี้ซั้วที่แท้พี่สะใภ้สามก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน บอกว่าเสี่ยวชีเจอผี เหลวไหลสิ้นดี! ผีมีอยู่จริงที่ไหนกัน พวกเจ้านายบ่าวช่างหูเบา น่าขันเสียจริง!”
“ไม่ใช่นะเจ้าคะ!” แม่นมถงทนไม่ไหว อธิบายแทนฮูหยินสาม “เมื่อสักครู่ท่านเทพธิดาหลิวทำพิธีแล้วพวกเราก็เห็นผีจริงๆ ทุกคนเป็นพยานได้เจ้าค่ะ!”
นางพูดจบหญิงรับใช้หลายนางก็บอกเป็นเสียงเดียวกัน “จริงเจ้าค่ะ นายท่านสี่ พวกเราทุกคนเห็นมัน มีผีจริงๆ เจ้าค่ะ”
นายท่านสี่ทำได้แค่หัวเราะ มองแม่นางหลิวที่ไม่กล้าพูดอะไรด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม “เจ้าเชื่อในกลอุบายของคนโกหกด้วยหรือ! หยดเลือดบนกระดาษก็คงทาน้ำยาอะไรสักอย่างลงไปก่อนหน้านี้ที่พ่นไฟออกจากปากได้ ก็คงซ่อนวัตถุติดไฟอยู่ข้างใน วิธีอำพรางนี้มีเอาไว้หลอกพวกคนโง่!