รือ!”
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานางอยู่ที่โรงเตี๊ยม แน่นอนว่าได้พบเจอกับพวกเขา น้ำเสียงของนางนั้นนุ่มนวลราวกับทักทายกันตามปกติ
พวกโจรตกใจกลัว หนึ่งเพราะวิธีการยกที่ราวกับยกของเบาของนาง สองเพราะชื่อเสียงของปรมาจารย์แห่งชีวิต
ชายตาข้างเดียวเห็นนางมีท่าทีสงบนิ่งไม่แสดงอาการประหลาดใจ ใจเขาเต้นรัวราวกับตีกลอง แต่เขาเหลือบไปเห็นป้ายคุ้มกันที่เอวของหมิงเวย แล้วความคิดชั่วร้ายก็เพิ่มขึ้นจากความกล้า
หากขโมยป้ายนั้นมาได้ ภายภาคหน้าเขาก็จะกลายเป็นที่หนึ่งของเสวียนชื่อในใต้หล้า!
“แม่นางส่งป้ายนั่นมาให้แต่โดยดีเถิด แล้วพวกเราจะปล่อยท่านไป!”
หมิงเวยถอนหายใจ นางไม่คาดคิดว่าในถิ่นทุรกันดารเช่นนี้จะมีคนรู้จักป้ายคุ้มกันด้วย แต่คาดไม่ถึงยิ่งกว่านั้นก็คือคนเซ่อสองคนนี้มีความคิดกล้าขโมยป้ายคุ้มกันไป
ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่กล้าทำ
“พวกเจ้าลงเขาไปเถอะ ข้ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับใต้หล้าที่ต้องจัดการ” นางพูดอย่างใจเย็น
ชายตาเดียวหัวเราะเสียงดัง “เกี่ยวกับใต้หล้างั้นหรือ ช่างดูยิ่งใหญ่เสียจริง พวกเจ้ารีบขึ้นไปเร็ว ไปแย่งป้ายนั่นมาให้ได้ แล้วพวกเราจะได้อยู่ดีกินดี!”
“ขึ้นๆๆ!” พวกโจรต่างรีบวิ่งขึ้นไป
…………….
ไม่คิดว่าพอเดินมาถึงประตู จะต้องมาพลิกเรือในท่อระบายน้ำ เช่นนี้
หมิงเวยกดบาดแผลที่เอวของตนไว้แน่น พยายามเดินเตาะแตะขึ้นไป
นางไม่สามารถลงเขาได้ เช่นนั้นนางจะต้องพลาดโอกาสนี้อย่างแน่นอน
แต่นางรู้ตัวดี อากา