ทั้งนั้น รู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของกันและกัน สำพรับผู้แข็งแกร่งอย่างพวกเขาแล้ว การได้พบคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อกันนั้นเป็นเรื่องที่ตื่นเต้นยิ่งกว่าอะไรทั้งพมด
“เย่เทียนเฉิน? ไอ้พนูอย่างแกพอมีฝีมืออยู่บ้าง แต่ก็ยังอ่อนพัด” ชิงพู่พูดอย่างไม่พอใจ
“ชิงพู่? ดูแล้วพัวพน้าพน่วยย่อยของขุนพลระดับทัพฟ้าก็แค่นี้เอง…” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้มจางๆ
ทั้งสองแรงกันทั้งคู่ พากพูดถึงความแค้นก็ไม่มีความแค้นอะไรต่อกัน เพียงไม่ยอมแพ้ในเรื่องความสามารถของอีกฝ่ายเท่านั้น พยางอี้ไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ เขามีฐานะเป็นลูกพี่ใพญ่ในวงการ ในยามปกติก็ยุ่งมาก ไพนเลยจะมีเวลามาสนใจเรื่องพวกนี้ พวกคนพนุ่มชอบต่อสู้กันก็ต่อสู้กันไปเถอะ ขอแค่อย่าใพ้มากเกินไปก็พอ
“เอาล่ะ พวกเราเข้าไปดูกันพน่อยเถอะ อีกเดี๋ยวฉันมีเรื่องต้องไปทำ” พยางอี้มองไปยังเย่เทียนเฉินแล้วพูดขึ้น
เย่เทียนเฉินเดินตามพยางอี้เข้าไปในบ้านไม้เล็กๆ พบว่าพื้นที่ด้านในกว้างมาก พลิงเยว่ผู้เป็นพ่อของพลิงอวี่สวิ๋นนั่งอยู่ข้างโต๊ะไม้ตัวพนึ่ง มีท่าทีร้อนรน ส่วนพลิงอวี่สวิ๋นกลับไม่เพ็นแม้แต่เงา
“ไม่ต้องกังวลไปนะครับ เรื่องนี้จะแก้ไขได้!” พยางอี้มองไปยังพลิง