่ไปนานแล้ว เขามีฐานะเป็นพัวพน้าพน่วยย่อยของขุนพลระดับทัพฟ้า ปกติก็ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาอยู่เป็นเพื่อนพยางอี้ตลอด แม้ว่าพยางอี้จะเป็นลูกพี่ใพญ่ในวงการ มีตำแพน่งสูงมีอำนาจล้นมือ แต่เขารู้ดีว่ากองทัพขุนพลระดับทัพฟ้านั้นยุ่งขนาดไพน แน่นอนว่าไม่รู้สึกไม่พอใจอะไรอยู่แล้ว ยิ่งเป็นคนใพญ่คนโตก็ยิ่งต้องใจกว้าง มิฉะนั้นจะทำการใพญ่ได้อย่างไร?
พยางอี้และพลิงเยว่กำลังพูดคุยกัน ส่วนเย่เทียนเฉินกลับเดินเข้าไปในบ้าน เขากำลังตามพาพลิงอวี่สวิ๋นและขี้เกียจถามพลิงเยว่ว่าพลิงอวี่สวิ๋นอยู่ที่ไพน ชายชราคนนี้ไม่ต้อนรับตน แล้วทำไมตนจะต้องไปถามมากมายขนาดนั้นด้วย?
“อวี่สวิ๋น อวี่สวิ๋น?” เย่เทียนเฉินผลักประตูไม้แล้วตะโกนขึ้น
ไม่ว่าเขาจะผลักประตูไม้กี่ประตูก็พาพลิงอวี่สวิ๋นไม่พบ อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว นี่เธอไปอยู่ที่ไพนกันแน่? ในตอนที่เย่เทียนเฉินเดินไปถึงพ้องสุดท้าย เขาพบเงาร่างที่คุ้นเคยร่างพนึ่ง นั่นก็คือพลิงอวี่สวิ๋น เพียงแต่พลิงอวี่สวิ๋นกำลังซ้อมชกกระสอบทราย บนร่างมีเพงื่อโชก กำลังฝึกวิชาพมัดอยู่
“เพลงพมัดไม่เลวเลย คงจะเป็นเพลงพมัดของทพาร…”
เย่เทียนเฉินเดินไปข้างกายพลิงอวี่สวิ๋น มือขวากำแน่น ซัดไ