รถของจางอีเต๋อแล้วนั้นไม่ได้สูงไปกว่าเขาเท่าไหร่ เพียงแต่เป็นเพราะความลำพองใจและความดูถูกศัตรูของเขาทำให้จางอีเต๋อฉวยโอกาสสกัดจุดชีพจรบนฝ่ามือของเขาได้ในพริบตา มิฉะนั้นหากจางอีเต๋อต้องการจับตัวเขาคงต้องใช้วิธีอื่น
“ใช่แล้ว อย่าไปเลย จะได้ไม่ถูกปฏิเสธ เดี๋ยวจะทำตัวไม่ถูก!” หลินตวนพูดแล้วส่ายหน้า
อู๋เสวี่ยมองไปยังฉีหรูเสวี่ยและเสี้ยวหยา ผู้หญิงสองคนนี้มีความเกี่ยวข้องกับพี่ใหญ่เย่เทียนเฉิน แม้จะไม่สามารถแยกแยะฐานะได้ชัดเจน แต่ก็พอคาดเดาได้บ้าง ถ้าพวกเธอเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา พี่ใหญ่จะต้องไม่วางใจแน่นอน ดังนั้นอู๋เสวี่ยจึงจำเป็นต้องรับผิดชอบพวกเธอ
“พวกเธอสองคน ฉันเองก็ไม่อยากให้พวกเธอไปเสี่ยงอันตรายอะไร จางอีเต๋อเป็นเซียนแพทย์เทวะ นิสัยขี้หงุดหงิดเอาใจยาก ถ้าเขาลงมือกับพวกเธอสองคน พวกเราอาจจะหยุดเขาไม่ได้ ดังนั้นอย่าไปเลย!” อู๋เสวี่ยมองไปยังฉีหรูเสวี่ยและเสี้ยวหยาพลางกล่าว
“วางใจเถอะ พวกเรามีวิธีการของตัวเอง!” ฉีหรูเสวี่ยพูดด้วยรอยยิ้มน่ารัก
“ใช่แล้ว ไม่ว่าจะยังไงพวกเราก็อยากลองดูสักหน่อย นอกจากนี้ ถ้าพวกเราไปก็ไม่เหมือนพวกคุณไป” ฉีหรูเสวี่ยพูดด้วยความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่
“แต่ว่า…” อู๋เสวี่ยยังคง