“มีอะไรเหรอครับ?” เย่เทียนเฉินหันไปมองเย่หย่วนซานแล้วเอ่ยถาม
“อืม หลานเข้ามากับปู่เถอะ!” เย่หย่วนซานพยักหน้า พูดจบแล้วจึงเดินไปยังห้องโถงใหญ่ของบ้านเดิมตระกูลเย่
เย่เทียนเฉินชะงักไปครู่หนึ่ง คิดว่าจะอย่างไรเย่หย่วนซานก็เป็นปู่ของตน ยิ่งไปกว่านั้นเขาเองก็ปวดใจที่ไล่ครอบครัวของตนออกไปจากบ้านเดิมตระกูลเย่ จะมากจะน้อยก็ต้องไว้หน้าบ้าง ดังนั้นจึงเดินตามเข้าไป
ภายในห้องโถงใหญ่ของบ้านเดิมตระกูลเย่ เย่หย่วนซานนั่งอยู่ที่ตำแหน่งด้านบนสุด เย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วก็ตามเข้ามา แม้พวกเขาเพิ่งจะสูญเสียลูกชายและภรรยาไป แต่ตระกูลเย่เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ มีอันตรายที่จะถูกฆ่าล้างตระกูล เมื่อเทียบกันแล้วเกรงว่าจะเป็นเรื่องสำคัญกว่า
“เทียนเฉินนั่งเถอะ!” เย่หย่วนซานพูดด้วยรอยยิ้ม
“ไม่เป็นไรครับ มีอะไรก็พูดมาเถอะ ผมยังมีเรื่องอื่นต้องไปจัดการ!” เย่เทียนเฉินพูดอย่างจริงจัง
หากเป็นเมื่อก่อน ถ้าเย่เทียนเฉินพูดแบบนี้ไม่รู้ว่าจะถูกเย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วปั้นเสริมเติมแต่งจนเกินจริงแค่ไหน แต่ตอนนี้เย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วทำได้เพียงยืนอยู่ด้านข้างอย่างเชื่อฟัง ไม่พูดอะไรแม้แต่ประโยคเดียว เนื่องจากเรื่องในครั้งนี้ทำให้พวกเขากระจ่างแจ้งแล้วว่าเย่เทียนเฉินไม่ต้องการแย่งชิงอะไรกับพวกเขาโดยสิ้นเชิง ถ้าหาเย่เทียนเฉินในตอนนี้ต้องการแย่งชิงอะไรจริงๆ เพียงแค่มือเดียวของอีกฝ่ายก็บีบพวกเขาให้ตายได้แล้ว ด้วยความสามารถของเขาคง