กตระกูลเย่คงไม่ใช่ครอบครัวของเย่เทียนเฉินแต่เป็นพวกเขา การตายของภรรยาและลูกชายทำให้พวกเขาเข้าใจถึงความสำคัญของญาติมิตรเป็นอย่างดี ครอบครัวเดียวกันยังต้องแย่งชิงอะไรกันอีก? จะมีความหมายอะไร? สุดท้ายไม่ใช่ว่าต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวหรือ?
เย่เทียนเฉินมองไปยังเย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋ว ไม่อยากคิดเล็กคิดน้อยอะไรกับพวกเขา รวมกับที่พ่อของเขาเย่หงเป็นลูกหลานกตัญญูคนหนึ่ง หากตนลงมือกับเย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วคงทำให้พ่อไม่พอใจแน่นอน สิ่งที่เขาสามารถทำได้ในตอนนี้ก็คือไม่สนใจคนตระกูลเย่เหล่านี้ แต่เมื่อเห็นทัศนคติที่เปลี่ยนไปของพวกเขาแล้วก็คิดว่าเป็นเช่นนี้ก็ไม่เลวนัก เย่เทียนเฉินให้ความสำคัญกับครอบครัวและญาติมิตรเป็นอย่างมาก
“ตอบปฏิเสธไปเถอะครับ ผมไม่อยากแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลไหนทั้งนั้น และไม่จำเป็นด้วย ผมไม่คิดจะเห็นคนอื่นเป็นต้นไม้ใหญ่ให้พึ่งพิง แต่ต้องการให้คนอื่นมาพึ่งพิงตระกูลเย่ของผมเหมือนต้นไม้ใหญ่!” เย่เทียนเฉินพูดจาหนักแน่น
เมื่อเย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉินก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง แม้จะเป็นเย่หย่วนซานที่นับได้ว่าผ่านลมฝนมามากก็ยังอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าหลานชายของตนจะมีความยโสโอหังขนาดนี้ จะไม่เป็นคนที่ไปพึ่งพิงคนอื่นแต่จะให้คนอื่นมาพึ่งพิงตระกูลเย่ นี่เป็นความโอหังระดับไหนกัน?
“ฮ่าๆๆๆ ดี ดีจริงๆ ไม่เสียทีที่เป็นหลานชายของฉันเย่หย่วนซาน เทียนเฉิน ไม่ว่า