มาเถอะ เสียเวลามากเกินไปแล้ว พวกเราไม่มีความอดทนขนาดนั้น!” มือสังหารผู้เป็นหัวหน้าเห็นพวกเย่หย่วนซานเป็นแพะไร้ประโยชน์ไปโดยสิ้นเชิง คิดจะฆ่าอย่างไรก็ฆ่าตามใจ
“พอแล้ว!” เย่หย่วนซานตะโกนเสียงดัง ทำให้ทุกคนตื่นตะลึงจนหยุดชะงัก จะอย่างไรก็เป็นชายชราที่ผ่านคลื่นลมมามาก จะมากจะน้อยก็ยังพอมีบารมีอยู่บ้าง
“อ้อ? ผู้อาวุโสเย่คิดจะพูดแล้วเหรอ?” มือสังหารผู้เป็นหัวหน้าหัวเราะเย็นชา กล่าวถามอย่างขบขัน
เย่หย่วนซานหมุนตัวไป มองไปยังเย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋ว มองไปยังศพของหลานชายทั้งสองและลูกสะใภ้ รู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก ชีวิตของทุกคนล้วนอยู่ในกำมือของมือสังหารทั้งสี่ ไม่มีใครมาช่วยพวกเขาได้ หากรอตำรวจมาถึงเกรงว่าทุกคนคงตายไปหมดแล้ว เขาไม่อาจเห็นลูกหลานตระกูลเย่ของตนตายไปต่อหน้าต่อตาได้อีก
“ฉันมีข้อเรียกร้องเพียงอย่างเดียว อย่าได้แตะต้องคนในตระกูลเย่ของฉันอีกแม้แต่คนเดียวแล้วฉันจะบอกพวกแก!” เย่หย่วนซานกล่าวออกมาอย่างทอดถอนใจ
“ไม่มีปัญหา ฉันรับปากแก!” มือสังหารผู้เป็นหัวหน้าพูดด้วยรอยยิ้มอำมหิต
“เย่เทียนเฉินไม่ได้อยู่ที่บ้านเดิมตระกูลเย่ บ้านของพวกเขาอยู่ที่ถนนตงกวน!” เย่หย่วนซานกัดฟันพูดออกมา
เมื่อมือสังหารผู้เป็นหัวหน้าได้ยินคำพูดของเย่หย่วนซานก็มองไปยังเย่หย่วนซานครู่หนึ่งแล้วหัวเราะออกมาเสียงดังก่อนจะกล่าวว่า “ดี ดีมาก ดีจริงๆ ขอบคุณผู้อาวุโสเย่ที่ให้ร่วมมือ…”
เย่มู่ไป๋กับเย่เฮ่อกั๋วทอดถอนใจ คนที่เ