บอารมณ์ของตนลง จากนั้นจึงหันไปมองพ่อของตนที่มีสีหน้าดำคล้ำ เอ่ยแนะนำกับเย่เทียนเฉินว่า “เทียนเฉิน นี่คือพ่อของฉัน…”
เดิมทีเมื่อได้ยินคำแนะนำของหลิงอวี่สวิ๋น หลิงเยว่คิดว่า ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องทักทายกันบ้าง แต่อย่างไรเขาก็ยังไม่มองเย่เทียนเฉินในแง่ดี คิดว่าชายหนุ่มที่อายุเพียง 20 ปีคนนี้ไปล่วงเกินคุณชายใหญ่แห่งมหาวิทยาลัยหลงเถิง ทั้งยังไม่มีความสามารถอะไร เพียงแค่ไม่อยากหักหน้าลูกสาวก็เท่านั้น
ไหนเลยจะรู้ว่า หลิงเยว่ยังไม่ทันเอ่ยปาก คำพูดของหลิงอวี่สวิ๋นยังไม่ทันพูดจบ เย่เทียนเฉินก็กล่าวขัดคำพูดของเธอว่า
“เอาล่ะอวี่สวิ๋น เธออยู่ที่นี่เถอะ รอฉันไปจัดการคนจากสำนักโฮคุชินอิตโตริวก่อนเธอก็จะปลอดภัยแล้ว!”
พูดจบเย่เทียนเฉินก็หมุนตัวเตรียมจะเดินออกไป ตอนนี้เอง หลิงเยว่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “หยุด!”
เย่เทียนเฉินหยุดยืนอยู่บริเวณประตู หันกลับมามองหลิงเยว่ ใช้น้ำเสียงเรียบเฉยเอ่ยถามว่า “คุณผู้ชายคนนี้มีอะไรเหรอ?”
“เทียนเฉิน…” หลิงอวี่สวิ๋นรู้สึกร้อนใจ ต้องการเอ่ยปากขัด แต่กลับเย่เทียนเฉินส่งสัญญาณมือให้หยุด ชั่วขณะนั้นจึงยืนชะงักอยู่กับที่ ไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี ด้านหนึ่งก็พ่ออีกด้านหนึ่งก็ผู้ชายที่ตนรัก พูดอะไรได้ยากจริงๆ
“แกคือเย่เทียนเฉินสินะ รู้หรือเปล่าว่าฉันคือใคร?” หลิงเยว่ถามอย่างไม่สบอารมณ์ เขาคิดไม่ถึงว่าเย่เทียนเฉินจะใช้ท่าทีเช่นนี้มาปฏิบัติกับเขา ต้องทราบว่าเขาหลิงเยว่เป