็นผู้คุมหางเสือของตระกูลหลิง หากไม่ใช่ว่าผู้อาวุโสตระกูลหลิงซึ่งคือพ่อของเขายังอยู่ ทั้งตระกูลหลิงก็ต้องทำตามคำพูดของตนเอง ในฐานะที่เป็นประธานสมาคมของชาวจีนโพ้นทะเล อีกทั้งตระกูลหลิงยังเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในหมู่ชาวจีนโพ้นทะเล ตำแหน่งของเขาหลิงเยว่จะสูงส่งขนาดไหนจินตนาการได้เลยทีเดียว ยังไม่เคยถูกชายหนุ่มคนหนึ่งมองข้ามแบบนี้ ย่อมต้องรู้สึกโกรธแน่นอน
“ผมก็คือเย่เทียนเฉิน ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร และไม่อยากรู้ด้วย ไม่ยินดีรู้จัก…” เย่เทียนเฉินไหวไหล่ พูดอย่างไม่ใส่ใจ
นี่ไม่ใช่ว่าเย่เทียนเฉินจงใจพูดแบบนี้เพื่อกระตุ้นให้หลิงเยว่โกรธ หรือเขาใช้ท่าทีเช่นนี้ปฏิบัติต่ออีกฝ่ายเพราะหลิงเยว่ดูถูกตน หากต้องการเช่นนั้นจริงๆ ตอนนี้ความขัดแย้งและความไม่พอใจระหว่างผู้ชายทั้งสองคงเปลี่ยนไปแล้ว เย่เทียนเฉินไม่สนใจหลิงเยว่จริงๆ เขาจะมองตนเช่นไร จะมีท่าทีเช่นไรกับตน หรือเรียกได้ว่าความเป็นความตายของหลิงเยว่ เขาเย่เทียนเฉินไม่สนใจ และไม่คิดจะใส่ใจ ไม่มีความรู้สึกอะไรเลยจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะหลิงอวี่สวิ๋นเย่เทียนเฉินคงขี้เกียจมา!
“แก…โอหัง หยิ่งยโส หนุ่มๆ อย่างแกจะทำเรื่องยิ่งใหญ่ได้รึไง? ดูแล้วฉันคงไม่อนุญาตให้อวี๋สวิ๋นของฉันคบหากับแก เอาตามนี้!” หลิงเยว่เอ่ยปากพูดด้วยความโกรธ
เย่เทียนเฉินมองหลิงเยว่แล้วจึงมองไปยังหลิงอวี่สวิ๋น เห็นว่าหลิงอวี่สวิ๋นมีท่าทางลำบากใจ เขาจินตนาการได้เลยว่าตอนที่อยู่ในตระกูลห