งเดียวก็คือสู้สุดชีวิต
“พวกเธอถอยไปซะ ให้ฉันสู้เอง!” เย่เทียนเฉินหันไปพูดกับเถียนปอกวงและตงฟางเมิ่ง
“ไอ้หนูแกอย่าได้ฝืนแกไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน…” เถียนปอกวงพูดอย่างร้อนรน
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทำเป็นเท่นะ…” ตงฟางเมิ่งเองก็รู้สึกร้อนใจขึ้นมาแล้ว เธอรู้ดีว่าเสียม๋อเบื้องหน้าแข็งแกร่งร้ายกาจขนาดไหน หากเย่เทียนเฉินไปต่อสู้คนเดียว เกรงว่าจะเป็นการส่งเขาไปหาที่ตายอย่างแท้จริง
“พวกเธอคนหนึ่งเป็นพี่น้องของฉัน คนหนึ่งเป็นผู้หญิงของฉัน ฉันยอมให้ตัวเองตายแต่ไม่อยากเห็นพวกเธอต้องตาย ถ้าเป็นแบบนั้นจะเสียใจยิ่งกว่าตัวเองตายซะอีก…”
หลังจากเย่เทียนเฉินพูดประโยคนี้จบก็ถือกระบี่ไท่อาพุ่งเข้าใส่เสียม๋อ เถียนปอกวงและตงฟางเมิ่งต่างก็ชะงักไป พวกเขารู้ดีว่าเย่เทียนเฉินพูดได้ถูกต้อง ด้วยสภาพของพวกเขาสองคนในตอนนี้ ต่อให้เข้าไปสู้ก็ช่วยอะไรไม่ได้ พวกเขาล้วนได้รับบาดเจ็บสาหัส สูญเสียพลังการต่อสู้ไปมาก ทำได้เพียงกลายเป็นภาระของเย่เทียนเฉินเท่านั้น
เคร้ง!
กระบี่มารปะทะเข้ากับกระบี่ไท่อา เย่เทียนเฉินและเสียม๋อต่างก็กระเด็นถอยหลังไปหลายเมตร เสียม๋อมองเย่เทียนเฉินอย่างเย็นชา อดไม่ได้ที่จะดวงตาเป็นประกาย พูดขึ้นว่า “กระบี่ไท่อา? หนึ่งกระบี่สิบเทพบรรพกาล แกถึงกับได้มาครอบครองหนึ่งเล่ม จะดีเกินไปแล้ว ดีจริงๆ กระบี่ไท่อาจะต้องเป็นของฉัน…”
“กลัวก็แต่ว่าแกจะไม่รอดมาเอาไปได้แล้ว!”
คำพูดของเย่เทียนเฉินเพิ่งจะจบ กระบี่ไท่อาก็