ังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉันหรอก พวกเธอสามคนต้องตายอยู่ที่นี่ แล้วฉันจะค่อยๆ ตามหาคัมภีร์ดรุณีหยก!”
หลี่ชิวสุ่ยเงยหน้าหัวเราะลั่นฟ้า หว่างคิ้วของเธอถึงกับมีขีดสีดำปรากฏออกมา คล้ายกับเบิกตาที่สามอย่างไรอย่างนั้น ทำให้เย่เทียนเฉินและเถียนปอกวงตื่นตะลึงจนนิ่งงัน ผู้หญิงคนนี้นับวันก็ยิ่งเหมือนปีศาจสาวขึ้นเรื่อยๆ คงไม่ถูกธาตุไฟเข้าแทรกใช่ไหม?
“รีบไปเถอะ ฝ่ามือสลายกระดูกเข้าขั้นขอบเขตมารแล้ว!”
ตงฟางเมิ่งเองก็ตื่นตะลึง กระบี่หยกในมือโผทะยานพุ่งไปยังหลี่ชิวสุ่ยโดยตรง หลี่ชิวสุ่ยเบิกตาทั้งสอง ประกายสีเลือดเต็มเปี่ยม พ่นเงาสีดำสายหนึ่งออกมาจากปาก ทำให้กระบี่หยกของตงฟางเมิ่งแตกเป็นเสี่ยงๆ
หลี่ชิวสุ่ยเส้นผมสยาย ใบหน้าขาวซีด ริมฝีปากดำคล้ำ บริเวณหน้าผากมีรอยประทับสีดำปรากฏขึ้นมา กลายสภาพเป็นบ้าคลั่งหาใดเปรียบ ตอนนั้นเอง ตงฟางเมิ่ง เย่เทียนเฉินและเถียนปอกวงก็หายไปจากกำแพงที่พังทลายนั้นแล้ว
“ตงฟางเมิ่ง เย่เทียนเฉิน เถียนปอกวง…พวกแกสามคนต้องตาย ฉันหลี่ชิวสุ่ยจะฉีกศพพวกแกเป็นหมื่นชิ้น…คัมภีร์ดรุณีหยกต้องเป็นของฉัน ตำแหน่งหัวหน้าพรรคสุสานโบราณต้องเป็นของฉัน…อ้าก!” หลี่ชิวสุ่ยตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ลงมือโจมตีมั่วซั่ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในห้องระเบิดจนเป็นผุยผง
………………………