ารถแค่นี้คงตายไปนานแล้ว วันนี้จะให้แกได้เห็นสักหน่อยว่าฉันร้ายกาจขนาดไหน!” เถียนปอกวงมองไปยังเย่เทียนเฉินแล้วพูดออกมาอย่างมั่นใจ
เย่เทียนเฉินรู้สึกอับจนคำพูดโดยสิ้นเชิง เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองแปลกแล้ว คิดไม่ถึงว่าเถียนปอกวงจะแปลกกว่าเขาเสียอีก เรียกตัวเองว่าเป็นโจรชั่ว ทั้งยังไม่คิดว่านี่เป็นฉายาอัปยศออะไร กลับมีท่าทางภาคภูมิใจด้วยซ้ำ ทำให้เย่เทียนเฉินรู้สึกอับจนคำพูดกับคนคนนี้จริงๆ!
“เคล็ดวิชาบุปผายักษ์มหาโจร!”
เถียนปอกวงแผดเสียงร้องคล้ายกับสิงโตติดสัตว์อย่างไรอย่างนั้น มือทั้งสองยกเสมอกัน ขับเคลื่อนพลังภายในบริเวณฝ่ามือทั้งสองในพริบตาจนปรากฏเป็นดอกไม้สีแดงดอกใหญ่ ใหญ่เท่ากับโล่ทองคำที่เย่เทียนเฉินกำลังบังคับให้เคลื่อนลงมา โล่ทองคำเคลื่อนจากบนลงล่าง ส่วนดอกไม้สีแดงที่เกิดจากจินตนภาพเคลื่อนจากล่างสู่บน เย่เทียนเฉินที่ได้เห็นยังต้องตกตะลึงและรู้สึกเอือมระอาอยู่บ้าง คนอย่างเขาที่มีนิสัยราวกับเทพแห่งความตายและอันธพาลยังรู้สึกว่ารับเถียนปอกวงไม่ได้ ถึงกับตั้งชื่อวิชาว่า “เคล็ดวิชาบุปผายักษ์มหาโจร” อยากตะโกนด่าไปถึงมารดามันจริงๆ คนคนนี้ต้องเอาตัวเองไปเกี่ยวข้องกับคำว่าโจรตลอดเวลา ดูแล้วชั่วชีวิตนี้คงไม่คิดจะหลุดพ้นจากชื่อเสียงชั่วช้านี้แล้ว
ตู้ม!
ทั่วทั้งห้องหินสั่นสะท้าน เย่เทียนเฉินและเถียนปอกวงยืนไม่มั่นคง โล่ทองคำปะทะกับเคล็ดวิชาบุปผายักษ์มหาโจร เคล็ดวิชาทั้งสองเป็นเคล็ดวิชาสังหารที่แ