ับว่าแกชนะแล้ว พอแล้วล่ะ!” พระองค์พูดอย่างไม่สบอารมณ์
เถียนปอกวงนำดาบตัดฟืนไปสะพายที่หลัง เดินไปเบื้องหน้าเย่เทียนเฉิน พูดอย่างรู้สึกสนใจขึ้นเรื่อยๆ “งั้นไอ้หนู แกบอกมาว่าจะแข่งอะไรกัน วันนี้ฉันจะทำให้แกยอมพูดว่ายอมแพ้ออกมาจากใจให้ได้ ก็ยังคงเอาตามนั้น ขอเพียงแกเอาชนะฉันได้แม้แต่ครึ่งกระบวนท่า ฉันก็จะปล่อยผู้หญิงของแกไป เป็นไง?”
เย่เทียนเฉินมองไปที่เถียนปอกวง ใช้สายตาสงสัยมองไป จากนั้นจึงเอ่ยปาก “แกนี่นะ ถึงจะหน้าตาหล่อสู้ฉันไม่ได้ ฝีมือก็สู้ฉันไม่ได้ แต่ก็ไม่ละทิ้งหลักการของลูกผู้ชาย ดีกว่าพวกลูกคุณหนูคุณนายพวกนั้นอีก เพียงแต่น่าเสียดาย วันนี้ฉันอยู่ในสภาพไม่พร้อม ไม่งั้นเรามานัดวันประลองกันใหม่เถอะ!”
“เปลี่ยนวันงั้นเหรอ? น้องชาย แกคิดจะล้อฉันเล่นรึไง? ถ้าเปลี่ยนวันแล้วฉันจะไปหาแกได้ที่ไหนล่ะ?” เถียนปอกวงเกาหัวด้านหลังของตนแล้วเอ่ยขึ้น
“ฉันเย่เทียนเฉิน แต่ไหนแต่ไรไม่เคยผิดคำพูด ขอเพียงรอให้ฉันอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เพลงดาบว่องไวอะไรของแกนี่ ฉันพูดได้ประโยคเดียวเลยว่า สู้ฉันไม่ได้!” เย่เทียนเฉินพูดออกมาอย่างไม่พอใจ
“ไอ้หนู ฝีมือสู้ฉันไม่ได้ก็สู้ฉันไม่ได้สิ ทำไมต้องหาข้ออ้างมากมายด้วย ฉันว่าแกมาสู้กับฉันอีกซัก 100 กระบวนเถอะ หรือจะบอกว่ายอมแพ้ออกมาก็ได้ มาบอกว่าสภาพไม่สมบูรณ์อะไรกัน ผู้ที่เดินบนเส้นทางบ่มเพาะมีวันที่ร่างกายไม่สมบูรณ์ด้วยรึไง? ไม่ต้องมาปากแข็ง มาเป็นลูกเลี้ยงของฉันดีๆ ซะ