ฉันจะถ่ายทอดเพลงดาบว่องไวและเคล็ดวิชาเทพท่องให้แก รับมรดกต่อจากฉัน!” เถียนปอกวงพูดแล้วหัวเราะ
“เถียนปอกวง ฉันว่านะ แกท่องยุทธภพมานานหลายปีขนาดนี้ จะยังไงก็มีชื่อเสียงว่าเป็นโจรชั่ว ดูแล้วสมองคงไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ แกคิดดู ประการแรก ตอนนี้เพลงกระบี่สิบอักษรของฉันยังไม่สมบูรณ์ ประการที่สอง ผู้หญิงของฉันถูกแกสกัดจุดชีพจรเอาไว้ นอนอยู่บนเตียงโน้น ฉันเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ แกคิดว่าฉันจะตั้งใจสู้กับแกได้รึไง? แต่ฉันคนนี้เป็นคนตรงๆ แกชนะแล้ว ต่อให้ชนะเพราะเปรียบฉันก็ยอมรับ!” เย่เทียนเฉินทำท่าประมาณว่า แกเถียนปอกวงนับว่าชนะฉันแล้ว และชนะด้วยวิธีขี้โกง ไม่ได้สู้กันด้วยพลังที่แท้จริง
เถียนปอกวงชะงักไป คิดว่าเจ้าหมอนี่พูดได้มีเหตุผลอยู่บ้างจึงเอ่ยปากขึ้น “งั้นแกคิดจะทำยังไง? ทำยังไงแกถึงจะตั้งใจสู้กับฉัน?”
“แน่นอนว่าต้องคลายจุดชีพจรให้ผู้หญิงของฉันซะ ทำแบบนั้นก็จะไม่มีความกังวล สู้กับแกได้จนถึงที่สุด!” เย่เทียนเฉินถือโอกาสกล่าวตามน้ำ
“ได้!”
พลั่ก!
พลั่ก!
เสียงสองเสียงดังขึ้น จุดชีพจรบนร่างของตงฟางเมิ่งถูกคลายออก เธอลงมาจากเตียงหิน มองไปยังเย่เทียนเฉิน ในดวงตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ ถึงแม้เย่เทียนเฉินจะดูเหลาะแหละ แต่เพื่อช่วยตนเขาเสียสละไปมากจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เย่เทียนเฉินยังถูกขังอยู่ในโลงศพหินหลายวันหลายคืน ตอนที่ตงฟางเมิ่งพยายามเปิดฝาโลง เธอจึงค่อยพบว่า ผู้ชายคนนี้เข้ามาอยู่ในใจของเ