การเวลานาน เห็นได้ชัดว่าเถียนปอกวงไม่มอบโอกาสนี้ให้เธอ หลอกให้เถียนปอกวงคลายจุดชีพจรให้ตนได้ เย่เทียนเฉินก็นับว่าฉลาดมากแล้ว
ตอนนี้เอง เถียนปอกวงเดินไปเบื้องหน้าเย่เทียนเฉินด้วยความลำพองใจ ย่อตัวลงพูดด้วยน้ำเสียงเจือเสียงหัวเราะ “ไอ้หนู แกฉลาดจริงๆ ศักยภาพก็ไม่เลว ฉันจะให้โอกาสแกเป็นครั้งสุดท้าย มาเป็นลูกบุญธรรมของฉันซะ ฉันไม่เพียงแต่จะไม่แตะต้องผู้หญิงของแก แต่ยังจะถ่ายทอดเพลงดาบว่องไวและเคล็ดวิชาเทพท่องให้ด้วยเป็นไง?”
“หึ แกสิลูกฉัน พูดจาไม่เป็นคำพูด ไม่ใช่บอกว่าจะปล่อยผู้หญิงของฉันไปรึไง? เย่เทียนเฉินพูดอย่างไม่สบอารมณ์”
“ฮ่าๆๆๆ ไอ้หนู แกคิดว่าฉันเถียนปอกวงท่องยุทภพมานานหลายปีขนาดนี้จะเป็นคนปัญญาอ่อนรึไง? ด้วยปัญญาอย่างแกยังคิดจะมาหลอกฉันอีก ผู้หญิงสองคนนี้เป็นลูกศิษย์ของพรรคสุสานโบราณทั้งคู่ ฝีมือการบ่มเพาะย่อมไม่ต่ำต้อย ฉันคลายจุดชีพจรให้ผู้หญิงคนนี้หมด แกกับเธอก็ร่วมมือกันจัดการฉันล่ะสิ ฉันคงรับไม่ไหว ดังนั้นฉันจึงคลายจุดชีพจรให้เธอขยับได้ แต่พลังภายในถูกปิดผนึกไว้ทั้งหมด ใช้การไม่ได้ ตอนนี้เธอเป็นแค่คนธรรมดา ช่วยแกไม่ได้หรอก!” เถียนปอกวงหัวเราะด้วยความลำพองใจ
ฟิ้ว!
เย่เทียนเฉินขมวดคิ้ว มือขวาจับกระบี่เซวียนหยวนบนพื้นแล้วพุ่งเข้าใส่เถียนปอกวงโดยไม่สนใจทุกสิ่งทุกอย่าง เถียนปอกวงคิดไม่ถึงว่าเย่เทียนเฉินจะถูกตนอัดจนกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ไม่มีความสามารถจะเอาชนะตนได้ยังพุ่งเข้ามาอีก