ไม่ง่ายเลยกว่าที่เย่เทียนเฉินจะทำให้เถียนปอกวงรู้สึกว่าตนกับเถียนปอกวงเป็นผู้ที่เดินบนเส้นทางเดียวกัน เป็นโจรชั่วที่หื่นกระหายเช่นกัน ทำให้เถียนปอกวงคิดว่าตลอดเวลาที่เขาหลบอยู่ในโลงศพเป็นเพราะต้องการแอบดูและรอโอกาส เมื่อเห็นว่าเถียนปอกวงจะบรรเลงเพลงรักกับหญิงงามสองคนนั้นจึงรับไม่ไหวจนต้องถีบฝาโลงออกมา ต้องการขอแบ่งไปครึ่งหนึ่ง
เย่เทียนเฉินรู้ดีว่าความสามารถทางด้านการบ่มเพาะของตนไม่สามารถสู้เถียนปอกวงได้ เมื่อดูจากการต่อสู้กันสองครั้งก็พอจะมองออก ความสามารถของเถียนปอกวงอยู่ในขอบเขตนักรบจอมราชันขั้นต้นถึงขั้นกลางแล้ว สูงกว่าเย่เทียนเฉินถึงหนึ่งระดับเต็ม ยิ่งไปกว่านั้นเพลงดาบว่องไวและเคล็ดวิชาเทพท่องของเขาก็ฝึกจนชำนาญ กระบวนท่าวรยุทธของเถียนปอกวงเน้นความรวดเร็วเป็นหลัก ภายในห้องหินแคบๆ นี้ เย่เทียนเฉินไม่สามารถใช้พลังพิเศษออกไปได้เลย หากพูดถึงเคล็ดวิชาวรยุทธโบราณ เย่เทียนเฉินไม่ได้ไปสัมผัสกับมันขนาดนั้น กระบี่เซวียนหยวนก็ยังไม่สามารถใช้พลังของมันออกไปได้ ดังนั้นเย่เทียนเฉินจึงไม่ใช่คู่มือของเถียนปอกวง หากทั้งสองต่อสู้กันต่อไปจะต้องบาดเจ็บแน่นอน
“หลี่ชิวสุ่ย ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่ชอบเธอ ท่าทางยั่วยวนของเธอ อย่างมากก็ไปขายตัวได้อยู่ วันๆ ปรนนิบัติผู้ชายนับไม่ถ้วนไปซะ เธออย่าได้คิดฝันให้มากไป คนที่ฉันรักก็คือตงฟางเมิ่งศิษย์น้องเล็กของเธอ!” เย่เทียนเฉินชะงักไปครู่หนึ่ง รีบมองไปยังหลี่ชิวสุ่ย