แต่เบื้องหน้าของเย่เทียนเฉินกลับปรากฏความว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่ของจักรวาล เขาลอยอยู่เช่นนั้น มีเลือดเต็มร่าง ข้างกายของเขามีสุริยันจันทราและดวงดาว ขุนเขาสายธารแมกไม้และต้นหญ้า ดวงดาวแต่ละดวงลอยออกไปจากข้างกายเขา เย่เทียนเฉินที่ได้เห็นก็อดไม่ได้ที่จะฟื้นสติจากอาการพร่าเลือนขึ้นมาอีกครั้ง แปลกมากจริงๆ ราวกับเขาอยู่ในความว่างเปล่าของจักรวาล ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในสายตาของเขามีขนาดเล็กลง นี่เป็นสภาวะที่ลึกลับยิ่งนัก กล่าวได้ไม่ชัดเจน รับรู้ได้ไม่กระจ่าง ให้ความรู้สึกราวกับว่าในความเงียบสงบของจักรวาลมีเพียงตัวเองที่ตื่นอยู่
“ตกลงที่นี่มันที่ไหนกันแน่?” เย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วพลางคิดในใจ
เย่เทียนเฉินค่อยๆ มีสติรู้ตัวขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย เขาไม่รู้ว่าตนเองอยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างไร และไม่รู้ว่าจะพบกับอะไร บางทีต่อไปเขาอาจจะเผชิญกับแรงกดดันของเส้นทางแห่งปราชญ์อีกครั้งจนกระทั่งถูกทับกลายเป็นเศษเนื้อ หรือบางทีเขาอาจจะอยู่ในสภาวะเช่นนี้ อยู่ในสภาพล่องลอยไปตลอดกาล จะอย่างไรแม้ในความฝันเย่เทียนเฉินก็คิดไม่ถึงว่าจะต้องพบกับสภาพเช่นนี้ ต่อให้ชีวิตก่อนของเขาที่ดาวสิ้นโลกเขาจะเป็นผู้แข็งแกร่งที่มีพลังพิเศษในขอบเขตพระเจ้า เรียกได้ว่าพบเรื่องราวมามากมาย ในดาวสิ้นโลกซึ่งเป็นโลกที่มีความแปลกประหลาดทุกอย่าง เป็นโลกที่เหมือนกับจินตนาการ เย่เทียนเฉินมีประสบการณ์มามากจนไม่มีอะไรที่รับไม่ได้ ความคิด