เหลว ไม่ยอมมองโครงกระดูกโลหิตที่เกือบจะสมบูรณ์ของตนซึ่งผ่านความการหลอมมาอย่างยากลำบากเป็นเวลา 20 ปีต้องพ่ายแพ้ไปต่อหน้าต่อตา เขากัดนิ้วโป้งซ้ายของตน ใช้เลือดสาดไปบนโครงกระดูกโลหิตที่ถูกหยุดเอาไว้
โฮก!
เสียงกรีดร้องราวกับออกมาจากความโกรธแค้นของวิญญาณก็มิปาน โครงกระดูกสีแดงเลือดนั้นขยายใหญ่ขึ้นไม่น้อยกว่า 10 เท่าในพริบตา ก้มตัวมองเย่เทียนเฉินจากด้านบน เหมือนกับโครงกระดูกที่เต็มไปด้วยเลือดตกลงมาจากฟ้าอย่างไรอย่างนั้น ดวงตาเพียงข้างเดียวก็เกือบจะใหญ่กว่าตัวเย่เทียนเฉินแล้ว ความกดดันเช่นนั้น ความน่ากลัวเช่นนั้น ไม่ต้องพูดก็เข้าใจดี ถ้าหากคนธรรมดาเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ เกรงว่าคงถูกทำให้ตกใจจนสลบไปแล้ว และทำได้เพียงถูกโครงกระดูกโลหิตกลืนกิน
“อ๊าก!”
เสียงคำรามดังลั่นสั่นสะเทือนท้องฟ้า โครงกระดูกสีแดงเลือดถูกหมอกโลหิตใช้เลือดสาด พริบตาเดียวก็ใหญ่โตหาใดเปรียบ ยิ่งไปกว่านั้นกลิ่นอายแย่งชิงชีวิตก็เข้มข้นขึ้นมาก กดข่มสร้อยสร้อยประคำที่ส่องแสงเอาไว้ นี่ทำให้เย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว กระบวนท่าโหดเหี้ยมของหมอกโลหิตไม่สามารถดูถูกได้เลยแม้แต่น้อย
ความจริงแล้วคนธรรมดาจำนวนมากต่างคิดว่าอธรรมไม่สามารถเอาชนะธรรมะได้ นี่เป็นหลักการที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ไปตลอดกาล แต่ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่อยู่ดาวสิ้นโลก เย่เทียนเฉินที่ได้กลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่มีพลังพิเศษในขอบเขตพระ