เจ้าค่อยๆ เข้าใจถึงหลักการอย่างหนึ่งอย่างลึกซึ้ง นั่นก็คือประโยคนี้ผิดพลาดโดยสิ้นเชิง นี่เป็นเพียงคำปลอบใจที่คนในฝ่ายธรรมะเหล่านั้นมอบให้ตนเท่านั้น คนส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนี้ เพราะในตอนที่พวกเขาเผชิญหน้ากับอำนาจมืดอันโหดเหี้ยมและแข็งแกร่งก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงหาคำปลอบใจให้จิตวิญญาณของตนเท่านั้น
เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล โครงกระดูกโลหิตที่มีกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันอันน่าหวาดกลัวกดข่มสร้อยประคำที่ส่องแสงเส้นนั้นลง เย่เทียนเฉินตกตะลึง หมัดทั้งสองกำแน่นเตรียมจะลงมือ ในสถานการณ์เช่นนี้ถ้าถูกโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวก็จะมีอันตรายที่จะถูกฆ่าได้ จำเป็นต้องลงมือโจมตีถึงจะถูก เขาไม่ได้เรียกกระบี่ไท่อา ถึงแม้กระบี่ไท่อาจจะสันไม่หยุด ต้องการที่จะช่วยเป็นกำลังให้เขา แต่เขารู้ว่ากระบี่ไท่อาต้องเก็บไว้ใช้ในตอนที่หมอกโลหิตลงมือ มิฉะนั้นหากใช้กระบี่ไท่อาตอนนี้ พลังภายในของตนจะสูญเสียมากเกินไป เมื่อถึงตอนนั้นคงจะถือกระบี่ไท่อาไม่ไหว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องฆ่าหมอกโลหิตเลย?
ไหนเลยจะรู้ว่า ในตอนที่เย่เทียนเฉินเตรียมจะใช้ “หมัดพี่ชายสุดหล่อ” ของตน สร้อยประคำเส้นนั้นพลันส่องแสงออกมา นั่นเป็นแสงที่ไม่รุนแรงและไม่ใช่แสงที่ทำลายโครงกระดูกโลหิตได้ในเวลาเพียงชั่วพริบตา แต่มันอ่อนโยนเป็นอย่างมาก แสงนั้นยิงออกมารัดโครงกระดูกโลหิตที่ขยายใหญ่ขึ้นอย่างช้าๆ ความสงบและความอ่อนโยนสกัดการเคลื่อนไหวของโครงกระดูกโลหิตเท่านั้น ไม่ได้มีกระบ