วนท่าโจมตีอะไร และไม่ได้ทำลายมัน เพียงแค่รัดไว้เท่านั้น
โครงกระดูกโลหิตที่ถูกแสงสีทองรัดอยู่ดิ้นและคำรามด้วยความโกรธไม่หยุด มีหลายครั้งที่เกือบจะสลัดหลุดจากแสงสีทองนั้นได้ แต่ในที่สุดก็แค่เกือบจะสลัดได้เท่านั้น ทำให้เย่เทียนเฉินและหมอกโลหิตสองคนที่มองอยู่ด้านล่างพากันขมวดคิ้ว จนถึงตอนนี้การต่อสู้ระหว่างโครงกระดูกโลหิตและสร้อยประคำก็ไม่ใช่อะไรที่พวกเขาทั้งสองจะควบคุมได้ นี่เป็นการเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง หนึ่งธรรมะหนึ่งอธรรม แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ไม่มีใครแพ้ใครชนะ เพียงแค่ต่อต้านกันไม่หยุด โครงกระดูกโลหิตไม่สามารถสลัดออกจากกันรัดของแสงสีทองของสร้อยประคำได้ สร้อยประคำก็ไม่สามารถทำให้โครงกระดูกโลหิตหายไปได้โดยสิ้นเชิง นี่คือการสะท้อนกันที่แท้จริง ถ้าหากธรรมะยังดำรงอยู่แล้วอธรรมไม่สามารถเอาชนะได้ ถ้าเช่นนั้นบนโลกใบนี้คงไม่มีความโหดเหี้ยมไปนานแล้ว นั่นเป็นเพียงคำปลอบใจตัวเองของคนที่ยืนอยู่ฝ่ายธรรมะยามเผชิญหน้ากับพลังอำนาจอันโหดเหี้ยมแข็งแกร่งจนไม่สามารถรับมือได้เท่านั้น
ฉัวะ!
โครงกระดูกโลหิตย่อมไม่ยินยอมที่จะถูกสร้อยประคำกดข่มเอาไว้ ถึงแม้มันจะไม่มีร่างกายเป็นของตนเอง แต่กลิ่นอายสังหารอันบ้าคลั่งเช่นนั้นผ่านการหล่อหลอมมา 20 ปี ทำให้ผู้คนต้องตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก ดาบใหญ่เล่มหนึ่งปรากฏขึ้น โครงกระดูกสีแดงเลือดถือดาบใหญ่โลหิตเล่มนั้นอยู่ใน มือพริบตาเดียวก็ฟันลงไปบนแสงสีทองที่รัดตนเองเอาไว้ แต่