กลับไม่มีประไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อย ดาบโลหิตสลายไปในพริบตา กระทั่งกลิ่นอายแย่งชิงชีวิตที่อยู่บนตัวดาบก็สลายไปในพริบตา ไม่สามารถทำลายแสงสีทองนั้นได้แม้แต่น้อย ส่วนแสงสีทองก็ไม่ได้โจมตีโครงกระดูกโลหิต นี่ทำให้โครงกระดูกโลหิตยิ่งโกรธขึ้นมา ดูเหมือนสร้อยประคำจะต้องการกักขังมันไว้เช่นนี้ ไม่ยินยอมที่จะลงมือทำลายมัน
“เคล็ดวิชาโครงกระดูกสังหารของแกถูกหยุดไว้แล้ว ต่อไปคงจะเป็นเวลาตัดสินแพ้ชนะของพวกเรา!” เย่เทียนเฉินมองหมอกโลหิตแล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“คิดไม่ถึงว่าในตัวของแกจะมีของแบบนี้อยู่ด้วย ไม่งั้นวันนี้แกจะต้องตายแน่นอน!” หมอกโลหิตพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“บนโลกใบนี้ไม่มีอะไรบังเอิญ เรื่องที่ดูเหมือนบังเอิญ ความจริงส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว!” เย่เทียนเฉินพูดอย่างเรียบเฉย
ฟิ้วๆ !
ชั่วขณะนั้น เย่เทียนเฉินและหมอกโลหิตต่างเคลื่อนไหวแล้ว ดูเหมือนจะเคลื่อนไหวพร้อมกัน ทั้งสองพุ่งใส่กัน การต่อสู้ระหว่างคนทั้งสองยืดเวลาออกไปนานมากแล้ว ไม่อยากจะปล่อยให้เวลายืดออกไปมากกว่านี้อีก ต้องการกำจัดอีกฝ่ายในเวลารวดเร็วที่สุด เย่เทียนเฉินลงมือเต็มกำลัง หมอกโลหิตก็ใช้กระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดของตนออกมา แต่ก็ไม่สามารถฆ่าอีกฝ่ายได้ในเวลาเพียงสั้นๆ ต่อไปจะเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบาก
วูบ!
มีดในมือขวาของหมอกโลหิตยืดยาวขึ้นในชั่วพริบตา กลายเป็นกระบี่เล่มหนึ่ง เย่เทียนเฉินสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ราวกับจะกีดขวาง