ันได้รับกลิ่นอายของตน เลือดนั้นเป็นสิ่งที่แฝงไปด้วยพลังวิญญาณ พูดไปแล้วเย่เทียนเฉินก็ต้องการหลอมรวมจิตวิญญาณของตนกับกระบี่ไท่อาเข้าด้วยกัน นี่ถึงจะสามารถใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
บรรยากาศบ้าคลั่งตลบม้วนอยู่ทั่วทั้งเขตคฤหาสน์นับหมื่นเมตร หากไม่ใช่ว่าตำแหน่งที่คฤหาสน์แห่งนี้ของเย่เทียนเฉินตั้งอยู่อยู่ห่างไกล เกรงว่าคงทำให้คนตื่นตกใจไปไม่น้อย กระทั่งอาจจะทำร้ายคนบริสุทธิ์ด้วย ด้ามกระบี่ที่ถูกมือทั้งสองของเย่เทียนเฉินจับไว้แน่น กระบี่ไท่อาที่ปักดิ่งลงสู่พื้น เหมือนกับม้าป่าที่ไม่เชื่อฟังคำสั่ง สั่นไหวไม่หยุด พลังเดชานุภาพที่ระเบิดออกมาจากตัวกระบี่เกือบจะซัดเย่เทียนเฉินจนปลิวไปหลายครั้ง เพียงแต่เย่เทียนเฉินจับกระบี่แน่นไม่ขยับเขยื้อน
ตู้ม!
กระบี่ไท่อาราวกับมีจิตวิญญาณอย่างไรอย่างนั้น ดูเหมือนจะรับรู้ว่ามีคนต้องการสยบมัน จึงดิ้นสั่นไม่หยุด ในตัวกระบี่ถึงกับมีเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นออกมา สุดท้ายลำแสงสีฟ้าก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เย่เทียนเฉินมองเห็นเงาคนลางๆ ในลำแสง คนผู้นั้นหันหลังให้เขา แต่ยังคงให้ความรู้สึกถึงพลังที่มีอำนาจอันไร้ที่สิ้นสุด คนคนนี้แข็งแกร่งมาก ต่อให้หันหลังให้เย่เทียนเฉิน ต่อให้เป็นเพียงเงา บรรยากาศแข็งแกร่งก็ยังคงทำให้เขารู้สึกกดดันอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ซู่ม!
เงาคนที่อยู่ในพลังเดชานุภาพหันมาอย่างฉับพลัน จ้องมองเย่เทียนเฉิน เย่เทียนเฉินและหลินตวนมองใบหน้าของคนคนนั้นได้ไม่ชัด