ย่เทียนเฉินเดินขึ้นไปชั้นสองก็พบว่าเสี้ยวหยาอยู่ในห้องหนังสือของตน หยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่านด้วยความสนใจ ดูท่าทางจริงจังมาก ขนาดเขาเดินเข้าไปใกล้เสี้ยวหยาก็ยังไม่รู้ตัว ยังคงอ่านอย่างละเอียด
“หยาเอ๋อร์ ถ้าเธอชอบหนังสือเล่มนี้ ฉันก็ให้เธอเลยแล้วกัน!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
“ธุระของนายเสร็จแล้วเหรอ?” เสี้ยวหยาเอ่ยปากถาม
“อืม หิวหรือยัง พวกเราไปกินข้าวกันเถอะ หลายวันนี้ไม่ได้กินดีๆ นอนดีๆ เลย!” เย่เทียนเฉินพูดอย่างใส่ใจ
“ไม่เป็นไร ฉันไปต้มบะหมี่ให้นายดีไหม?”
เสี้ยวหยาเสนอว่าจะต้มบะหมี่ให้เย่เทียนเฉิน เย่เทียนเฉินคิดครู่หนึ่งจึงตกลง เขาไม่สามารถ “ดูแล” เสี้ยวหยาได้ ถ้าทำแบบนั้นจะทำให้เสี้ยวหยาจมอยู่ในความโศกเศร้าที่สูญเสียแม่อยู่ตลอด มีเพียงต้องให้เธอกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติถึงจะค่อยๆ เดินออกมาจากความเจ็บปวดได้ ยิ่งไปกว่านั้น เย่เทียนเฉินต้องการให้เสี้ยวหยาใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์แห่งนี้ จึงอยากทำให้เธอคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมเสียหน่อย
เพียงไม่นานเสี้ยวหยาก็ยกบะหมี่ร้อนๆ ออกมาสองถ้วย เพียงแต่ถ้วยหนึ่งมีไข่ต้ม อีกถ้วยหนึ่งไม่มีและยังมีเส้นบะหมี่น้อยกว่า นี่คงเป็นบะหมี่ที่เสี้ยวหยาเตรียมให้ตัวเอง เย่เทียนเฉินไม่ได้พูดอะไร รับถ้วยมาด้วยรอยยิ้ม
ความจริงแล้ว แม่ของเสี้ยวหยาจากไปกระทันหันเกินไป นี่เป็นเรื่องที่เย่เทียนเฉินเองก็คิดไม่ถึง เดิมทีเขาคิดว่ามียาหลงสุ่ยของจางอีเต๋ออยู่ อย่างน้อยก