ูดจาล้อเล่นเลย ตอนนี้กลับถูกเย่เทียนเฉินทำให้เป็นคนมีอารมณ์ขันขึ้นมาบ้าง สภาพแวดล้อมส่งผลกับคนจริงๆ ยิ่งพบกับความอันธพาลแบบนี้ของเย่เทียนเฉิน ถ้าไม่ติดนิสัยมากคงเป็นไปไม่ได้
“ท่านผู้นำไม่ได้บอกว่าจำเป็นต้องพบเธอให้ได้ ถ้ายังไง หลังจากลงเครื่องที่จงหนานไห่แล้วฉันจะเตรียมรถไปส่งเธอแล้วกัน พวกเรายังต้องไปรายงานสถานการณ์กับท่านผู้นำ!” ชางหลางเอ่ยปากพูด
“ได้ค่ะ!” จางหลานพูดด้วยรอยยิ้ม
ตอนนี้เองเย่เทียนเฉินมองชางหลางครู่หนึ่ง พูดขึ้นด้วยเจตนาที่แฝงไปด้วยความจริงจังและความหยอกเย้าเล็กน้อย “ผมเพิ่งจะไปพบท่านผู้นำมาเอง ไม่ไปพบแล้วได้หรือเปล่าครับ คุณกับหานเจี๋ยไปรายงานสถานการณ์กันสองคนก็พอแล้ว ถ้าหากต้องพูดถึงผมให้ได้ก็บอกไปว่าผมหล่อกว่าสองวันก่อนมากก็พอ!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของเย่เทียนเฉิน ชางหลางก็อยากจะอัดเจ้าหมอนี่แรงๆ สักครั้ง เจ้าหนูนี่โอ้อวดจริงๆ ท่านผู้นำต้องการพบ เขาถึงกับกล้าบอกว่าไม่พบ ยิ่งไปกว่านั้น ปฎิบัติการในครั้งนี้มีเย่เทียนเฉินเป็นหนึ่งในผู้ร่วมปฏิบัติภารกิจ อีกทั้งครั้งนี้ยังสามารถช่วยหานเจี๋ยออกมาได้และฆ่าผู้แข็งแกร่งแบบซาโต้ไปได้ด้วย นับว่าเย่เทียนเฉินมีผลงาน ถ้าเขาไม่ไปเรื่องนี้คงรายงานได้ไม่ชัดเจน
“ไอ้หนู แกจำเป็นต้องไปกับฉัน ไม่ให้ต่อรอง ไม่งั้นตอนนี้ก็กระโดดลงไปสิ ไม่มีร่มให้นะ!” ชางหลางพูดอย่างไม่สบอารมณ์
เย่เทียนเฉินยู่ปาก นั่งลงบนตำแหน่งตัวเอง จางหลานหันไปทำหน้าท