!”
ชางหลางและหลัวเหว่ยเคอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีจึงหมุนตัวเดินออกไปนอกห้อง เหลือเพียงหานเจี๋ยกับเย่เทียนเฉินสองคนในห้อง เย่เทียนเฉินมองหานเจี๋ย เดินไปข้างเตียงโดยไม่ได้พูดอะไร เตียงถูกจางหลานซัดจนหักไปแล้ว เขาจึงประคองมันขึ้นมาเตรียมจะทำการซ่อมแซม มิฉะนั้นยังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงจะนอนอย่างไร?
ทำอยู่ครึ่งค่อนวัน เย่เทียนเฉินทำได้เพียงนำเตียงไปพิงไว้ด้านข้าง ใช้ตู้ข้างเตียงประคองเอาไว้ถึงจะทำให้ขาเตียงด้านที่หักไปมั่นคงได้ เมื่อลองดูแล้วพบว่าไม่มีปัญหา เย่เทียนเฉินจึงนอนลงไป หานเจี๋ยมองเย่เทียนเฉิน เดินไปด้านข้างแล้วกล่าวขึ้นว่า “อาการบาดเจ็บของนายไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“ไม่เป็นไรแล้ว เธอรีบกลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้จะกลับเมืองหลวงแต่เช้า!” เย่เทียนเฉินส่ายหัวยิ้มๆ แล้วพูดขึ้น
หานเจี๋ยได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉินก็ยังไม่ได้จากไป แต่เดินไปข้างเตียงเย่เทียนเฉินแล้วนั่งลง มองเย่เทียนเฉินอย่างลึกล้ำ ในดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ ในตอนนี้เธอพบว่าผู้ชายคนนี้ไม่เลวเลยจริงๆ ถึงแม้บางครั้งจะไร้สาระไปบ้าง บางครั้งจะดูอันธพาลไปบ้าง แต่ก็เป็นผู้ชายที่ควรค่าที่จะฝากชีวิตไว้คนหนึ่ง ทำให้ผู้หญิงหลงรักเขาโดยไม่รู้ตัว
“เทียนเฉิน…” หานเจี๋ยเรียกเสียงเบา
“หัวหน้ามีอะไรจะสั่งครับ?” เย่เทียนเฉินแสร้งเอ่ยถามด้วยท่าทีจริงจัง
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ของเย่เทียนเฉิน หานเจี๋ยก็อดไม่ได้ที่จะถลึงตาใส่ ทั้งๆ ที่รู้ว่าตอ