ที่ร้ายกาจขนาดนี้ได้แน่
“หลังจากที่ผมตรวจสอบ ผมสงสัยว่าเป็นประเทศชิบะ!” หลัวเหว่ยเคอมองไปยังเย่เทียนเฉินแล้วพูดขึ้นอย่างเรียบเฉย
“ประเทศชิบะ? ไอ้พวกนี้มันไม่ร้ายกาจและเหิมเกริมขนาดนี้หรอก หลายปีมานี้ถูกประเทศจีนของพวกเรากดดันเอาไว้ จะคิดก่อสงครามอีกหรือไง?” เย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะถามออกมาอย่างสงสัย จะอย่างไรเขาก็ไม่ใช่คนบนโลกใบนี้ เข้าใจเรื่องนี้เพียงผิวเผิน แต่ไม่ได้เข้าใจอะไรมากมาย
“จะพูดให้คุณฟังแบบนี้ก็แล้วกัน หลายปีมานี้ความต้องการที่จะทำลายประเทศจีนของประเทศชิบะยังไม่ได้หายไป คิดจะบุกรุกประเทศจีนของพวกเรามาโดยตลอด แต่น่าเสียดายที่ประเทศจีนในตอนนี้แข็งแกร่งขึ้นทุกวัน ประเทศชิบะไม่กล้าลงมือง่ายๆ ดังนั้นจึงทำได้เพียงก็เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในครั้งนี้พวกเราเข้าไปที่ป่าหมอกดำ ถึงแม้จะหาร่องรอยของคนเหล่านั้นที่หายไปไม่เจอ แต่กลับพบจุด น่าสงสัยบางจุด!” หลัวเหว่ยเคอพูดเสียงขรึม
“พบกับจุดน่าสงสัยบางจุด?” เย่เทียนเฉินขมวดคิ้วถาม
หลัวเหว่ยเคอพยักหน้า เดินไปไม่ไกล พลิกกก้อนหินที่ไม่ค่อยเรียบขึ้นมา จากนั้นจึงส่งสัญญาณให้เย่เทียนเฉินเดินมาดู ในตอนที่เย่เทียนเฉินเดินไปนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว พบว่าบนก้อนหินก้อนนั้นมีรอยจากอาวุธมีคมที่ลึกมากอยู่ หนึ่งรอย ร่องรอยจากอาวุธมีคมนั้นมีลักษณะพิเศษ ไม่ใช่ร่องรอยที่เกิดจากการถูกคมดาบฟัน แต่เหมือนกับถูกคมดาบลมปราณกระทำขึ้น ซึ่งเป็นคมดาบลมปราณที่แ