หวังเจี๋ยแค่นเสียงเย็น มองไปยังเย่เทียนเฉินอย่างดุดัน พูดจบก็หมุนตัวจะเดินจากไป
“ต่อให้แกหวังเจี๋ยมีความสามารถอยู่บ้าง ในสายตาของฉันก็ไม่พอให้มองหรอก ยิ่งไปกว่านั้นลูกน้องที่ไม่มีระเบียบวินัยอย่างแกฉันก็ไม่ต้องการ!” เย่เทียนเฉินเองก็พูดด้วยรอยยิ้มเรียบเฉย
ชั่วขณะนั้นเอง หวังเจี๋ยก็หยุดฝีเท้าลงแล้วหันมามองเย่เทียนเฉิน ภายในดวงตาทั้งสองมีไฟแห่งความโกรธที่ไม่อาจสงบลงได้ เขาหวังเจี๋ยแต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยถูกคนดูถูกเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะเย่เทียนเฉินที่เป็นชายหนุ่มอายุยี่สิบปีคนหนึ่งเท่านั้น ถึงกับบอกว่าจะใช้มือขวาข้างเดียว และภายในสิบกระบวนท่าตนก็ไม่สามารถเอาชนะเขาได้อย่างนั้นหรือ? ต้องทราบว่าเขาหวังเจี๋ยอยู่ในยุทธภพมาหลายปี และมีชื่อเสียงมาก กล่าวตามจริงแล้ว ในตอนที่เขาปั่นป่วนยุทธภพ เย่เทียนเฉินก็เป็นเพียงแค่เด็กอายุสิบขวบคนหนึ่งเท่านั้น
“ตอนนี้ฉันอยากจะฉีกแขนขวาของแกจริงๆ!” หวังเจี๋ยมองไปยังเย่เทียนเฉินแล้วพูดขึ้นอย่างเย็นชา
“น่าเสียดายที่แกไม่มีความสามารถจะทำแบบนี้!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
บรรยากาศพลันเปลี่ยนไปเป็นหนักแน่นขึ้นมา หวังเจี๋ยและเย่เทียนเฉินยืนเผชิญหน้ากัน มองไปยังอีกฝ่าย ในเวลาเพียงชั่วพริบตาหวังเจี๋ยก็หายไปจากที่เดิม พุ่งเข้าไปยังเย่เทียนเฉินด้วยความเร็วดุจสายฟ้า ส่วนเย่เทียนเฉินก็ขมวดคิ้ว อดไม่ได้ที่จะถอยหลังไปสองก้าว เอามือซ้ายไพ่ไปด้านหลัง ส่วนมือขวาก็กำแน่น ในเวล