ว!” เย่เทียนเฉินพูดขัดคำพูดของไป๋อู่
ฟุ่บ ไป๋อู่ทรุดลงนั่งกับพื้น หอบหายใจครั้งใหญ่ เย่เทียนเฉินยังไม่ได้ลงมือกับเขาก็ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความกดดันมันมหาศาลจนรับไม่ไหวแล้ว นี่น่ากลัวกว่าการฆ่าเขาตรงๆ อีก
“ให้พวกเขาออกไปเถอะ ฉันจะพูดกับแกตามลำพัง!” ไป๋อู่มองเย่เทียนเฉินแล้วพูดออกมาอย่างจนใจ เขารู้ว่าวันนี้หากไม่พูดเรื่องเมื่อปีนั้นออกไปจะต้องไม่ได้ออกไปจากที่นี่อย่างมีชีวิตแน่นอน เดิมทีคิดว่าเย่เทียนเฉินยังคงเป็นเหมือนเมื่อวันวานที่มีเพียงถูกผู้อื่นเหยียบย่ำ ไหนเลยจะรู้ว่าเขาจะแข็งแกร่งจนถึงขั้นที่ทำให้ผู้คนรู้สึกห่างชั้นกันมาก ตนเองวางมาดนายท่านรองเบื้องหน้าเขา ช่างอ่อนแอจริงๆ!
เย่เทียนเฉินยิ้ม หันไปมองเหล่าทายาทตระกูลใหญ่ที่ยืนตะลึงอยู่กับที่กลุ่มนั้น แล้วพูดว่า “ออกไปให้หมดเถอะ อย่าลืมลากไอ้โง่สองคนนั้นออกไปด้วย ฉันไม่อยากเห็นพวกมัน เดี๋ยวจะทนไม่ไหวจนต้องลงมือฆ่า!”
ถึงแม้ในหมู่ทายาทตระกูลใหญ่ยังมีคนไม่พอใจเย่เทียนเฉินอยู่บ้าง เพราะจะอย่างไรพวกเขาก็ยโสโอหังมาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกดดันพวกเขา คนเพียงคนเดียวสามารถทำให้พวกเขาสั่นสะท้านได้ทั้งหมด ช่างน่าขายหน้าจริงๆ จึงต้องการออกหน้าต่อกรกับเย่เทียนเฉิน แต่สุดท้ายก็ยังอดกลั้นเอาไว้ เพราะตอนนี้กระทั่งไป๋อู่ก็ไม่กล้าพูดจามั่วซั่วและไม่กล้าพูดอะไรมากความ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกเขาเลย
เมื่อเห็นหญิงชายทั้งหลายของพรรคคุณชายเดินออกไปหมดแ