เมื่อก่อนอีก?”
“แม้แต่เจียงซานยังไม่กล้าหาเรื่องเขา ดูท่าไม่ใช่ว่าเย่เทียนเฉินจะไม่มีเบื้องหลังจริงๆ สักหน่อย!”
ทายาทตระกูลใหญ่ที่ยังมีความฉลาดอยู่บ้างอดไม่ได้ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมา ดูเหมือนต่างก็รับรู้แล้วว่า เย่เทียนเฉินในตอนนี้ไม่ใช่ลูกหลานของตระกูลชั้นสามที่พวกเขาสามารถรังแกได้ตามใจอีกต่อไป กระทั่งไม่สามารถหาเรื่องได้ด้วยซ้ำ
หากจะพูดว่าเย่เทียนเฉินตบหน้าหวังป๋อจนเลือดอาบเพราะไม่รู้จักอำนาจตระกูลที่อยู่เบื้องหลังหวังป๋อ แต่การเตะเจียงเวยจนกระเด็นออกไป แล้วยังกล่าวเตือนเจียงซานพ่อขอเจียงเวยที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมให้ชัดเจนก่อนด้วยว่า จะอัดลูกของคุณแล้วนะ! นี่จะต้องบ้าอำนาจเอาแต่ใจขนาดไหนกัน? อย่างน้อยก็ไม่มีใครในที่นี้กล้าทำแบบนี้ กระทั่งไป๋อู่เองก็ไม่มีความกล้าที่จะทำเช่นนี้
ความจริงแล้วหลังจากเจียงซานพ่อของเจียงเวยรับโทรศัพท์ ก็รู้สึกถึงความแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก ในตอนที่รู้ว่าลูกชายของเขากำลังมีเรื่องกับเย่เทียนเฉิน ปฏิกิริยาแรกของเจียงซานก็คือ จะต้องไม่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่อย่างเด็ดขาด ต่อให้จะต้องทำโทษลูกของตน หรือกระทั่งต้องให้ลูกของตนขอโทษและชดใช้ให้เย่เทียนเฉินก็ไม่เสียดาย
คนที่มีตำแหน่งฐานะเหมือนเจียงซาน ย่อมได้รับข่าวสารที่คนธรรมดาไม่รับรู้ เขาเองก็ต้องเคยได้ยินข่าวลือมาบ้าง นั่นก็คือการที่เรื่องของตระกูลฉินและตระกูลลั่วถูกกดจนเงียบ โดยที่ไม่ส่งผลกระทบใด