ื่อปีนั้นมีลับลมคมใน แต่เมื่อได้ยินเย่เทียนเฉินถามแบบนี้ ไป๋อู่ก็วางใจไปเปราะหนึ่ง เนื่องจากเขาคิดว่าเย่เทียนเฉินยังเป็นไอ้โง่เหมือนเมื่อก่อน ต้องการที่จะตรวจสอบเรื่องเมื่อปีนั้นให้ชัดเจนก็ไม่รู้จักหาหลักฐานไปช้าๆ คิดว่ามาหาตนจะมีประโยชน์หรืออย่างไร? ตนจะต้องบอกเขาหรือ? โง่จริงๆ
“ไป๋อู่ ปีนั้นพวกเราสองพี่น้อง ถึงแม้จะมีตำแหน่งไม่สูง แต่ความสัมพันธ์ก็ไม่เลว กินดื่มเที่ยวเล่นด้วยกัน ตอนนี้แกได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว ฉันก็ไม่ยุ่ง ทำได้แค่ยินดีกับแกเท่านั้น เห็นแก่มิตรภาพในวันวานของพวกเรา ฉันขอเพียงให้แกบอกเรื่องเมื่อปีนั้นกับฉัน ฉันก็จะไม่ทำให้แกลำบากใจ!” เย่เทียนเฉินมองไปยังไป๋อู่แล้วพูดขึ้นอย่างจริงจัง
“ทำให้ฉันลำบากใจ? ฮ่าๆ น้องเย่ นายพูดตลกจริงๆ นายคิดว่านายจะสามารถทำให้ฉันลำบากใจได้เหรอ?” ไป๋อู่พูดด้วยรอยยิ้มเย็นชา
เห็นได้ชัดว่าในสายตาของไป๋อู่ ไม่ได้มองเย่เทียนเฉินเป็นพี่น้องนานแล้ว เขาในตอนนี้มีตำแหน่งสูงส่ง กลายเป็นนายท่านสองของพรรคคุณชาย ส่วนเย่เทียนเฉินยังคงเป็นคุณชายของตระกูลชั้นสามคนหนึ่ง ต่อให้วันนี้ปีกกล้าขาแข็งขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังเป็นการดำรงอยู่ที่ห่างชั้นกับไป๋อู่อย่างเขาเราฟ้ากับเหว เขาไม่คิดอย่างเด็ดขาดว่าเย่เทียนเฉินจะทำอะไรเขาได้ กล่าวคือ ถ้ายังมีนายท่านใหญ่แห่งพรรคคุณชายที่ลึกลับยากจะคาดเดาอยู่ เขาไป๋อู่จะต้องกลัวอะไรอีก? อย่างน้อยเขาก็คิดแบบนี้
เย่เทียนเฉินมองไป๋อู่แล้