ย่างพวกเขา จะยังมีคนกล้าตบหน้าคนซึ่งๆ หน้าอีก ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้วหรือไง? ดังนั้นในตอนที่มีคนกระทำเช่นนี้จริงๆ พวกเขาต่างมองจนโง่งม ไม่รู้จะทำอย่างไร
ก่อนหน้านี้ในตอนที่เย่เทียนเฉินยังอยู่ในกลุ่มเยาวชนพวกนี้ ก็เป็นแค่คนไร้ค่าคนหนึ่ง ใครก็รู้ว่าทายาทตระกูลใหญ่ในกลุ่มผู้เยาว์เหล่านี้ ต่างเป็นพวกบ้าคลั่ง แต่ละคนมีตระกูลที่โดดเด่น เดิมทีก็ยโสโอหังจนไม่เห็นหัวใครอยู่แล้ว ดังนั้นย่อมมีการวางอุบายกัน เปรียบเทียบอำนาจกันกับตระกูลตนเอง คนที่มีพื้นเพเหมือนเย่เทียนเฉิน ซึ่งเป็นเพียงตระกูลชั้นสามที่ตกต่ำ ย่อมเป็นได้แค่คนที่ถูกรังแก คนที่อยู่ที่นี่ มีหลายคนที่เมื่อก่อนเคยรังแกและเหยียดหยามเย่เทียนเฉินบ่อยๆ นั่นก็เพื่อความสนุกเท่านั้น ตอนนี้อยู่ดีๆ เย่เทียนเฉินก็ถอดเนื้อเปลี่ยนกระดูก เหมือนกับเป็นชายที่ผงาดขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น ไหนเลยพวกเขาจะรับได้ ใครก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าคนที่ถูกตนเหยียบอยู่ใต้ฝ่าเท้าจะยืนขึ้นมาได้ จะขายหน้าเกินไปหรือเปล่า?
“ยังมีใครชอบนับเลขอีกไหม? คิดไม่ถึงว่าผ่านไปหลายปีขนาดนี้แล้ว นิสัยชอบนะนับเลขของพวกแกยังไม่เปลี่ยนไปเลย!” เย่เทียนเฉินยิ้ม มองไปยังทุกคนที่อยู่ที่นี่แล้วพูดขึ้น
“เย่เทียนเฉิน แกจะโอหังเกินไปแล้ว คิดว่าไปเป็นทหารมาหลายปี พอมีฝีมืออยู่บ้างก็กล้ามาก่อเรื่องหรือไง ไอ้กากเอ้ย!” ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง อายุประมาณสามสิบกว่าปี มองไปยังเย่เทียนเฉินแล้วพูดขึ้นอย่างด