ชายอย่างพวกเขา ก่อนหน้านี้เย่เทียนเฉินก็เป็นแค่คนที่พวกเขาทำให้อับอายก็เท่านั้น ตอนนี้จะให้พวกเขายอมรับได้อย่างไรไหว?
ตอนนี้เอง วัยรุ่นที่ตะโกนด่าเสียงดังที่สุดและยโสที่สุด เดินถือแก้วเหล้ามาเบื้องหน้าเย่เทียนเฉิน พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “เย่เทียนเฉิน บิดาจะนับถึงสาม รีบคุกเข่าโขกหัวให้บิดาซะ แบบนี้ฉันจะหักขาสุนัขทั้งสองข้างของแก แล้วโยนแกออกไปเท่านั้น ถ้าไม่งั้นตระกูลเย่ของแกทั้งหมดก็รอตายให้ฉันได้เลย!”
เย่เทียนเฉินแย้มยิ้มเล็กน้อย มองไปยังวัยรุ่นอายุสิบแปดสิบเก้าปีคนนี้ คนคนนี้ยังพอจะอยู่ในความทรงจำของเขาบ้างเล็กน้อย ดูเหมือนจะชื่อหวังป๋ออะไรสักอย่าง พ่อของเขาเป็นลูกพี่ใหญ่ในวงการสื่อสิ่งพิมพ์ ดูเหมือนจะเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในพรรคคุณชาย แต่ก็หยิ่งยโสที่สุดด้วย ยโสโอหังมาโดยตลอด คิดว่าบิดาเป็นใหญ่ในแผ่นดินอย่างไรอย่างนั้น
“อ้อ? งั้นก็ลองนับดูเป็นไง?” เย่เทียนเฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
“แม่งเอ้ย แกรนหาที่ตายจริงๆ บิดาจะเล่นงานกันแน่ หนึ่ง…สอง…สาม…”
หวังป๋อมองไปยังเย่เทียนเฉินอย่างดุดัน เขาไม่เชื่อว่าเย่เทียนเฉินจะพลิกฐานะอะไรขึ้นมาได้ ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่พรรคคุณชายเขาก็เคยสั่งสอนเย่เทียนเฉินบ่อยๆ เย่เทียนเฉินก็แค่ต้องทนรับเท่านั้น ไม่กล้าแม้แต่จะผายลม หรือตอนนี้เศษสวะคนนี้จะกล้าต่อต้านตนขึ้นมา?
พลั่ก!
พลั่ก!
โครม!
ทุกคนมองได้ไม่ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าเย่เทียนเฉินลงมือ