มตกใจโดยไม่สนว่าศีรษะของตนจะเต็มไปด้วยเลือด เขารู้สึกได้ว่าตนเองไปหาเรื่องคนที่ไม่ควรหาเรื่องเข้าซะแล้ว วันนี้เจอของแข็งเข้าแล้ว
“ได้ยินว่าพี่ชายของแกเป็นผู้จัดการใหญ่ของเทียนซ่างเหรินเจียนหรือ?” เย่เทียนเฉินถามด้วยรอยยิ้ม
พ่างสยงชะงักไป เขาไม่รู้จริงๆ ว่าชายเบื้องหน้ามีนิสัยอย่างไรกันแน่ ตกลงเขาเป็นคนอย่างไรกันแน่ ตอนที่ลงมืออัดตนก็เหมือนกับปีศาจตนหนึ่งโดยสิ้นเชิง ตอนนี้กลับมองมาที่ตนด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น แต่ในใจของพ่างสยงคิดว่าต่อให้เย่เทียนเฉินจะร้ายกาจขนาดไหนก็ไม่กล้าทำอะไรตน สุดท้ายก็ยังต้องยอมอ่อนข้อให้ เนื่องจากพี่ชายของเขาคือผู้จัดการใหญ่ในเทียนซ่างเหรินเจียน ไม่ว่าใครก็ต้องไว้หน้า
“หึ กลัวหรือไง? รู้ก็ดีแล้ว!” พ่างสยงมองไปยังเย่เทียนเฉินอย่างดุดันแล้วพูดขึ้น
“อ้อ ฉันกลัวมากเลย ฉันกลัวจริงๆ นะ…”
พลั่ก!
เย่เทียนเฉินใช้เท้ากระทืบลงไปบนใบหน้าของพ่างสยง ขยี้รองเท้าหนังลงไปไม่หยุด ทำให้พ่างสยงถูกเศษแก้วของขวดเบียร์ที่ยังไม่ทันได้ตรวจสอบให้ดีแทงลึกลงไปที่เนื้อ พ่างสยงยิ่งร้องเสียงดังมากขึ้น
“อ๊าก…หน้าฉัน ตาฉัน…” พ่างสยงร้องโหยหวนพลางดิ้นอยู่บนพื้น มือทั้งสองจับอยู่ที่ข้อเท้าเย่เทียนเฉิน ต้องการจะดึงเท้าออกไป แต่ว่าน่าเสียดาย ฝีมือของเย่เทียนเฉินอยู่ระดับใดกัน พ่างสยงเป็นได้แค่ผักปลาโดยสิ้นเชิง
“แก…แกรู้หรือเปล่าว่าเขาคือใคร? พี่ชายของเขาเป็นผู้จัดการใหญ่ขอ