ารมณ์ว่า “นายไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม? ตามที่ฉันรู้มา หลายปีมานี้คนที่เดินใกล้ตงฟางเมิ่งทุกคน ต่างก็ตายไปอย่างฉับพลันโดยไร้สาเหตุ ทางตำรวจก็ไม่พบเงื่อนงำอะไร แปลกประหลาดจริงๆ ถ้านายคิดจะรนหาที่ตาย ฉันก็จะไม่ห้ามนายไป!”
“วางใจเถอะ ด้วยความสามารถของพี่ชาย ต่อหน้าเสน่ห์ของฉัน คำสาปทั้งหมดจะต้องถูกทำลาย!” เย่เทียนเฉินตบหน้าอกตนเองแล้วพูดอย่างมั่นใจ
หลังจากกินก๋วยเตี๋ยวเสร็จก็เป็นเวลาสามทุ่มแล้ว เย่เทียนเฉิน หลิงอวี่สวิ๋นและเสี้ยวหยาต่างก็กลับไปที่โรงพยาบาลแห่งเมืองหลวง จึงได้พบว่าในตอนนี้ภายในห้องผู้ป่วยของแม่ของเสี้ยวหยา มีหมอที่สวมชุดคลุมสีขาวยืนล้อมอยู่เต็มไปหมด ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนผมหงอก เมื่อเปรียบเทียบดูแล้วคนที่อายุน้อยที่สุดอย่างต่ำก็อายุห้าสิบหกสิบปี นี่ทำให้เสี้ยวหยาพลันกระวนกระวายขึ้นมา คิดว่าคุณแม่ของตนเกิดเรื่องอะไรขึ้นแล้ว บางทีอาจจะอาการกำเริบกะทันหัน
รอจนกระทั่งทั้งสามคนเดินเข้ามาภายในห้องผู้ป่วยจึงได้พบว่า นายแพทย์อาวุโสเจ็ดแปดคนนี้ล้วนเป็นศาสตราจารย์ของโรงพยาบาลใหญ่แห่งเมืองหลวง และมีหลายคนที่ไม่ได้ออกตรวจรักษานานแล้ว แต่ครั้งนี้ถึงกับถูกเชิญมากลางดึก
ท่ามกลางนายแพทย์อาวุโสเหล่านี้ ยังมีชายวัยกลางคนอายุประมาณห้าปีคนหนึ่ง สวมสูททั้งตัว รูปร่างค่อนข้างอ้วน เมื่อมองดูก็รู้ว่าเป็นพวกมีมาด เมื่อเห็นทั้งคนเดินเข้ามา ก็เดินมาหาเย่เทียนเฉินด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแล้ว