่าทางแล้วคุณแม่ของเสี้ยวหยามีความเป็นไปได้มากว่าจะต้องแอดมิดทำการผ่าตัด นั่นเป็นสงครามที่ยืดเยื้อเป็นอย่างมาก ตอนที่เสี้ยวหยาไปเรียน ก็ยังมีคุณพ่อที่ดูแลคุณแม่ ในช่วงวันหยุดเธอก็จะมาดูแลแม่ที่โรงพยาบาล อาจจะต้องใช้เวลาหลายเดือน สุขภาพร่างกายย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
“หยาเอ๋อร์ ไปเถอะ พวกเราไปกินอะไรกันสักหน่อย เธอวางใจได้ มีไอ้บ้าอย่างเย่เทียนเฉินอยู่ทุกอย่างจะต้องไม่มีปัญหาแน่!” หลิงอวี่สวิ๋นยิ้มหวาน จูงมือเสี้ยวหยาแล้วพูดขึ้น
“นี่ เรียกชื่อของฉันสิ เรียกชื่อของฉัน ไม่ต้องเติมคำว่าไอ้บ้าทุกครั้งก็ได้ ทำลายภาพลักษณ์พี่ชายสุดหล่อของฉันเกินไปแล้ว!” เย่เทียนเฉินพูดแล้วจงใจแสร้งทำท่าทางไม่พอใจ
“ชิ นายยังจะมีภาพลักษณ์อะไรอีก ก็เป็นแค่ไอ้บ้าคนหนึ่งเท่านั้น หยาเอ๋อร์ พวกเราอย่าไปสนใจไอ้บ้านี่เลย ไปกินข้าวกันก่อนเถอะ!” หลิงอวี่สวิ๋นพูดแล้วหันไปทำหน้าทะเล้นใส่เย่เทียนเฉิน
เมื่อเห็นว่าเย่เทียนเฉินและหลิงอวี่สวิ๋นผลัดกันพูดจาหยอกล้อคนละประโยค เสี้ยวหยาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ในขณะเดียวกันก็รู้สึกอิจฉาอยู่บ้าง อิจฉาทั้งสองคนที่ไม่มีความกังวลอะไร
เสี้ยวหยามองหลิงอวี่สวิ๋นและเย่เทียนเฉิน รู้ว่าหากตนเองไม่ไปกินข้าว พวกเขาเองก็จะไม่ไป เพื่อนที่ดีทั้งสองคนอย่างพวกเขายุ่งวุ่นวายมาตลอดจนถึงตอนนี้ก็เพื่อช่วยเรื่องคุณแม่ของตน กระทั่งข้าวเย็นก็ยังไม่ได้กิน ในใจจึงรู้สึกไม่ดี ถึงแม้ว่าจะเป็นห่วงเรื่