องอาการป่วยของคุณแม่ แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้เพื่อนที่ช่วยเธออย่างจริงใจทั้งสองคนนี้หิวได้
“ได้ ให้ฉันเลี้ยงพวกเธอทั้งสองเอง แต่ว่าแค่ก๋วยเตี๋ยวเท่านั้นนะ!” ในที่สุดเสี้ยวหยาก็พูดออกมาด้วยรอยยิ้มอันบริสุทธิ์
“ดี ก๋วยเตี๋ยวเป็นของดี ฉันชอบกินบะหมี่ผัดซอสที่แม่ของฉันทำที่สุด!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
“อืม ฉันค่อนข้างที่จะชอบกินก๋วยเตี๋ยวนะ ไปเถอะ!” หลิงอวี่สวิ๋นเองก็พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
เสี้ยวหยาจดจำบุญคุณที่เย่เทียนเฉินและหลิงอวี่สวิ๋นมีต่อเธอเอาไว้ในใจอย่างเงียบๆ ได้พบกับเพื่อนที่ดีทั้งสองคนแบบนี้ ในใจของเธอรู้สึกยินดีมากจริงๆ
สาวสวยทั้งสองคนอย่างหลิงอวี่สวิ๋นและเสี้ยวหยากำลังจูงมือกันเดินไปที่ประตูของโรงพยาบาล เตรียมจะไปหาอะไรกิน เย่เทียนเฉินตามอยู่ข้างหลัง ไหนเลยจะรู้ว่าเพิ่งจะเดินไปถึงประตูใหญ่ของโรงพยาบาล ก็พบกับหวางจื้อลี่และหมออีกสองคนเดินเข้ามา ครั้งนี้สายตาที่หวางจื้อลี่มองพวกเย่เทียนเฉินทั้งสามคน มีความหยิ่งยโสอย่างเห็นได้ชัด ยโสเป็นอย่างมาก เหมือนกับว่าผู้สนับสนุนได้มาถึงแล้วอย่างไรอย่างนั้น
“รองผู้อำนวยการหวาง เหล่าผู้เชี่ยวชาญมาถึงแล้วเหรอคะ?” เสี้ยวหยาถามเสียงเบา
“หึ ผู้เชี่ยวชาญ มีผู้ชี่ยวชาญอะไรกัน ผู้เชี่ยวชาญไม่ได้ทำงานตรวจโรคให้กับคนธรรมดาหรอก พวกแกรีบพาผู้ป่วยออกไปจากโรงพยาบาลซะ ไม่งั้นก็อย่ามาโทษที่ฉันไม่เกรงใจ!” หวางจื้อลี่แค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง พูดขึ้นด้วยหน้าตา