ลัยชั้นหนึ่งแห่งนี้ได้ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มี ไหนเลยจะรู้ว่า เสียงตะโกนเรียก “ไอ้เย่ฉี่รดที่นอน”จากข้างหลังจะดังขึ้นเรื่อยๆ แล้วยังเป็นผู้หญิงสวยหยาดเยิ้มคนหนึ่ง ฟังจากเสียงของผู้หญิงคนนี้ก็รู้ได้ว่า ผู้หญิงคนนี้มีนิสัยเปิดเผยตรงไปตรงมาเป็นอย่างมาก ไม่เช่นนั้นคงไม่ตะโกนว่า “ไอ้เย่ฉี่รดที่นอน”หรอก แถมยังตะโกนดังขึ้นทุกที
เมื่อเย่เทียนเฉินหันไปมอง ก็พบว่าด้านหลังห่างจากตัวเองไม่ถึงสามเมตร มีผู้หญิงแต่งตัวตามแฟชั่นคนหนึ่งยืนอยู่ สวมแว่นกันแดดสีดำอันใหญ่ มือทั้งสองล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกง ให้ความรู้สึกเป็นเจ๊ใหญ่ เมื่อดูจากหน้าตาและรูปร่างของผู้หญิงคนนี้แล้ว สามารถเรียกได้ว่าเป็นสาวงามคนหนึ่ง เพียงแต่ในสมองของเย่เทียนเฉินไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้อยู่เลย เมื่อก่อนก็ดูเหมือนว่าจะไม่เคยเห็น
“ไอ้เย่ฉี่รดที่นอน เป็นนายจริงๆด้วย ไอ้เย่ฉี่รดที่นอน…” สาวงามตามแฟชั่นเดินเข้ามาตรงหน้าเย่เทียนเฉิน เมื่อเห็นว่าเป็นคนที่เธอรู้จักจริงๆ ก็อดไม่ได้ที่จะใช้มือทั้งสองจับแขนของเย่เทียนเฉิน ยิ้มอย่างเบิกบานใจแล้วพูดออกมา
“เธอคือ?” เย่เทียนเฉินเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ฉันเหรอ นายไม่รู้จักฉันเหรอ? ดูสิว่าฉันเป็นใคร…”
สาวงามตามแฟชั่นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ารู้จักเย่เทียนเฉิน เธอเบิกบานใจเป็นอย่างมาก และไม่ได้โกรธเพราะอีกฝ่ายจำตัวเองไม่ได้ กลับถอดแว่นกันแดดสีดำอันใหญ่ของตัวเองออกมา เผยใบหน้าอันสวยงามต่อหน้าเ