สี้ยวหยาได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉิน จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
“อา มะ ไม่มีอะไร…”
“ขะ ขอบคุณนายมากนะ ฉันไปต่อแถวก่อน…”
เมื่อเห็นเงาหลังของเสี้ยวหยาที่ค่อนข้างผอมบางแต่กลับลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่โต ทำให้ผู้คนมีความรู้สึกที่อยากจะปกป้อง โดยเฉพาะเสี้ยวหยาที่มีลักษณะบริสุทธิ์ ให้ความรู้สึกที่ไม่อาจฝืนสบประมาทได้ เธอมีความคล้ายคลึงกับผู้หญิงที่เย่เทียนเฉินรักอย่างลึกซึ้งในช่วงยุคสิ้นโลก ที่สำคัญที่สุดก็คือในชื่อของผู้หญิงที่เย่เทียนเฉินรักอย่างลึกซึ้งในช่วงยุคสิ้นโลกก็มีคำว่า ‘หยา’ อยู่เช่นเดียวกัน นี่คือความบังเอิญหรือเป็นพรหมลิขิต?
ได้มาเกิดใหม่ในโลกแห่งนี้ เย่เทียนเฉินย่อมไม่มีทางได้พบกับสหายในช่วงเวลาเหล่านั้นอีกแล้ว และไม่อาจได้พบผู้หญิงที่ติดตามตนเองอีก แต่ในโลกนี้ถึงกับมีผู้หญิงที่คล้ายคลึงกับคนที่ตัวเองรักอย่างลึกซึ้งในช่วงยุดสิ้นโลก รูปร่างหน้าตาก็คล้ายคลึงกัน นี่ก็เพื่อตามหาการคุ้มครองของตนอีกครั้งหรือ?
“หยาเอ๋อร์ นี่เป็นเธอที่ข้ามโลกมาหรือเปล่า? หากว่ามีชีวิตมาที่โลกนี้จริงๆ ฉันก็ยังเต็มใจที่จะรักเธอไปตลอดชีวิต!” เย่เทียนเฉินพูดกับตัวเองในใจ
ในช่วงยุดสิ้นโลก ผู้หญิงที่เย่เทียนเฉินรักที่สุดได้ตายไปแล้ว ในตอนนั้นเขายังไม่มีความแข็งแกร่งมากพอ ยังคงอ่อนแอ หยาเอ๋อร์ คนที่ติดตามอยู่ข้างกายเขารวมฝ่าฟันความทุกข์ทรมานมาด้วยกัน ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน เป็นความรู้สึ