ซ้ำ เพียงแค่มาฆ่าสุนัขสามตัวก็เท่านั้น จะต้องตะโกนแบบนี้เลยเหรอ? เห้อ ต้องโทษฉัน ดูท่าทางฉันจะเด็กเกินไป!” เย่เทียนเฉินส่ายหัวซึ่งทำท่าเสียใจจนน้ำตาไหลแล้วพูดออกมา
“แก แกว่าใครเป็นสุนัข แกพูดอีกทีซิ?” ลั่วกวงฮุยเดินไปเบื้องหน้าเย่เทียนเฉิน ใช้นิ้วชี้มือขวาชี้ไปที่เย่เทียนเฉินแล้วตะโกนออกมา
เย่เทียนเฉินมองลั่วกวงฮุยอย่างไม่พอใจ ค่อยๆ ยืนขึ้น บิดขี้เกียจครั้งหนึ่ง แล้วตบลงไปบนหน้าขอลั่วกวงฮุยจนตัวสะบัด เกือบจะล้มลงไปบนพื้นอยู่แล้ว
การกระทำนี้ทำให้ลั่วซงเฉิงและลั่วฉีไม่กล้าเชื่อ โดยเฉพาะลั่วซงเฉิง เขาอดรนทนไม่ไหวที่จะฉีกศพเย่เทียนเฉินออกเป็นหมื่นชิ้น จะอย่างไรตนเองก็เป็นผู้ที่อาวุโสกว่า เย่เทียนเฉินเป็นเด็กรุ่นหลัง มาตบหน้าลูกชายของตนต่อหน้าต่อตาตนเอง นี่ไม่ใช่ว่าเป็นการตบหน้าเขาต่อหน้าผู้คนหรือ? ยังเห็นตนอยู่ในสายตาบ้างหรือเปล่า?
อย่างไรก็ตาม ลั่วซงเฉิงกลับไม่รู้ว่า เย่เทียนเฉินไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาจริงๆ เพียงแต่เห็นเขาเป็นสุนัขตัวแก่หนึ่งที่นนิสัยถถ่อสถุลไร้ยางอายไม่ควรเคารพก็เท่านั้น
“แก…แกคิดจะก่อกบฏหรือไง?”
ลั่วซงเฉิงโกรธจนดวงตาทั้งสองแดงก่ำ หน้าผากปรากฏเส้นเลือดสีเขียว เขาในตอนนี้เพิ่งจะเข้าใจว่า ทำไมฉินอี้ถึงได้ถูกทำให้โมโหจนตาย เป็นเพราะเมื่ออยู่ต่อหน้าเย่เทียนเฉิน ต่อให้คุณวางมาดยิ่งใหญ่แค่ไหน ใช้อำนาจคุกคามแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ เขาไม่เห็นคุณอยู่ในสายตาเลย คิดอยากจะตีคุณก็ตี