ทั้งสองก็ได้รับบาดเจ็บ พลันนั้นก็โกรธจนสองมือกำแน่น อยากจะพุ่งเข้าไปสู้สุดชีวิตต่อไป
“นี่นี่ ทำอะไร? เจ้าสามหน่อนี่ฉันจะฆ่าเอง พวกนายไปดูอยู่ข้างๆ เถอะ ดูจากสภาพพวกนายตอนนี้แล้ว ต้องสักผ่อนสักหน่อยถึงจะดี!” เย่เทียนเฉินเห็นว่าเจียงเหมิงและเฟยอวิ๋นตั้งท่าจะเข้าไปสู้ต่อ ก็รีบตะโกนหยุดพวกเขาไว้
“ไอ้หนูนี่ ตกลงจะให้พวกเราทำยังไงกันแน่?” เจียงเหมิงอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา
“อย่าคิดว่ามีแต่แกคนเดียวที่สามารถฆ่าศัตรูได้นะ” เฟยอวิ๋นเองก็โกรธจนต้องพูดออกมา
“เฮ้อ พวกนายสองคนนี่ ฝีมือแข็งแกร่งพอ แต่ว่าหุนหันพลันแล่นเกินไป ถ้าหากฉันเป็นศัตรูพูดจากระตุ้นแค่ไม่กี่ประโยค พวกนายก็พุ่งเข้าไปสู้สุดชีวิตแล้ว ไม่ใช่ว่าตกหลุมพลางเอาง่ายๆ เหรอไง? อีกอย่างด้วยสภาพของพวกนายตอนนี้ ใช้พลังกายไปจนเกินขีดจำกัดแล้ว หากเข้าไปสู้อีก จะต้องตายอย่างไม่ต้องสสัยเลย” เย่เทียนเฉินกล่าวพลางส่ายหัว
“แก…ไม่ต้องให้แกมาสนใจหรอก พวกเราไม่กลัวตาย”
“ใช่ ต่อให้พวกเราสู้จนตาย ก็เป็นการสู้เพื่อเกียรติยศ ตายเพื่อความรุ่งเรืองของประเทศจีน” เฟยอวิ๋นมองเย่เทียนเฉินอย่างดุดันพลางกล่าว
“ผิดแล้ว พวกนายสองคนเป็นสมาชิกระดับหัวกะทิของกองทัพเหยี่ยว เป็นตัวแทนองประเทศออกไปสู้ ถ้าหากพวกนายตาย ฉันคิดว่าพวกชาวต่างชาติจะต้องลือกันออกไปอย่างบ้าคลั่ง บอกว่าสมาชิกหัวกะทิของกองทัพปัจเจกที่แข็งแกร่งที่สุดของจีนอะไรนั่น ที่ประเทศMสู้ได้ไม่เอาไหน ถึงตอน